uariwan Home | Profile | Archives | Friends

ประวัติส่วนตัว30 August 2007
ชื่อด.ญ.อุไรวรรณ   ฟอนกิ่ง  ม. 3/1 เลขที่ 26  (โอ๋)  มีพี่น้อง 3 คน   พ่อชื่อนาย บัญญัติ  ฟอนกิ่ง  แม่ชื่อ นาง นิยม ฟอนกิ่ง  เรียนอยู่ที่   มณ๊เสวตรอุปถัมภ์   อยู่บ้านเลขที่  130 ม. 9 ต. นาดี อ. นาดี จ. ปราจีนบุรี  เบอร์โทร 087-8330096
0 Comments | Post Comment | Permanent Link

รวม4 August 2007

ยิปโซ


ฮารุ


เอ้ก

IPB Image
''เอ้ก บุษกร ตันติภนา''ไข่ใบนี้น่ารัก
ชื่อเล่น : เอ้ก
ชื่อจริง - สกุล : บุษกร ตันติภนา
ส่วนสูง : 160.
น้ำหนัก : 40 กิโลกรัม
การศึกษา : ม.6 ร.ร.มาแตเดอี
คติ : เราต้องทำให้ดีที่สุด อย่าเสแสร้ง
ผลงานที่ผ่านมา : ถ่ายโฆษณา เอฟเวอร์เซ้น, Auntie Annes, Twisty, Tribore, ถ่ายแบบกับนิตยสาร Knock Knock!, 1 ใน 12 จากกลุ่มสตอเบอรี่ชีสเค้ก ช่อง 3
ความใฝ่ฝัน : อยากเป็นนักประชาสัมพันธ์

IPB Image

“ชื่อ egg เอ้กมาจากไข่ค่ะ คือเป็นความลับมากนะคะ เอ้กเป็นเด็กคัดไข่น่ะค่ะ เป็นเด็กผสมเทียม..(หัวเราะ)”
เป็นคำบอกเล่าอย่างสดใสไม่แพ้กับใบหน้าถึงที่มาของชื่อแปลกของสาววัย 17 "เอ้ก บุษกร ตันติภนา"

บางคนอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตาสาวน้อยคนนี้มาบ้างแล้วจากงานโฆษณาบางส่วน แต่นับจากนี้ไปเชื่อแน่ว่าคนส่วนใหญ่คงจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอมากขึ้นจากการเป็นหนึ่งใน
12 ของผู้ดำเนินรายการ "สตอเบอรี่ชีสเค้ก" ทางช่อง 3 ที่นำเสนอเรื่องราวการใช้ชีวิต ความคิดความอ่าน การแสดงออกรวมถึงแฟชั่นของวัยรุ่น
ลองมาทำความรู้จักก่อนที่จะไปดูบทบาทการทำหน้าที่ดังกล่าวของเธอ

- เส้นทางบันเทิงเริ่มมาได้อย่างไร?
“เอ้กเริ่มจากโฆษณาน่ะค่ะ ของแอนตี้แอน เอฟเวอร์เซ้น ที่คนจำได้มากๆ แล้วก็เข้ามาอยู่กับสตอเบอรี่ชีสเค้ก เขาให้เข้ามาแคสเราก็ลองมาดู มีผู้ใหญ่แนะนำมาเราก็เลยลองดู ตัวรูปแบบรายการก็เอาเด็กสดใส เอาความเป็นตัวของตัวเองแสดงออกมา”

- ชอบงานวงการบันเทิงมาตั้งแต่เด็ก?
“ชอบค่ะ ทำมาตลอดแล้วแต่โอกาส มีผู้ใหญ่เขาหยิบยื่น เรามีโอกาสก็ดีค่ะ มันน่าสนใจทุกคนก็เป็นตัวของตัวเองค่ะในโครงการนี้ อายุใกล้ๆ กัน ได้เป็นตัวของตัวเอง เพื่อนเยอะ เจอเพื่อนเยอะแยะ โลกกว้าง เราก็มีอะไรคล้ายกันหลายอย่าง สนิทกันเร็ว ตอนนี้ก็มาซ้อมร้องเพลง เต้น มาร้องเพลงเปิดตัวรายการ เหมือนกับว่าวงการนี้เด็กไม่ดี แต่สตอเบอรี่ชีสเค้กก็เหมือนเป็นข้อพิสูจน์ เป็นโมเดลที่ให้น้องๆ รู้ว่าที่จริงวงการนี้เข้ามาแล้วมันก็มีแนวทางที่ดี”

IPB Image

- ต้องเซ็นสัญญากับช่อง 3 มั้ย?
“ไม่ได้เซ็นค่ะ เซ็นกับเฉพาะทางรายการเท่านั้น เราจะเป็นพิธีกรให้ ส่วนจะได้เซ็นกับช่องมั้ยต้องอยู่ที่ผู้ใหญ่และความสามารถของเราว่าจะไปถึงตรงนั้นมั
้ย...งานละคร ก็ต้องให้ผู้ใหญ่ตัดสินค่ะ ต้องขึ้นกับผู้ใหญ่อยู่แล้วค่ะ เพราะว่าเขาคือคนให้โอกาส ใครต่อยอดขึ้นมาได้เขาก็ต้องมองเห็นแล้วใช่มั้ยคะ เขาคงวางทางไว้ให้ เราเป็นเด็กก็ทำตรงนี้ให้ดี เพราะถ้าเราทำดีผู้ใหญ่ก็คงให้โอกาสเอง”

- เสน่ห์อะไรที่คิดว่าทางรายการเขาเลือกเรา?
“เอ้กเป็นคนยิ้มง่าย ก็คงเป็นคนเปิดเผย สนิทกับคนเร็วยิ้มง่าย หัวเราะง่ายมั้งคะ”

- เป้าหมายของเรามีมั้ยว่าอยากจะไปถึงจุดไหน?
“เอ้กทำงานตรงนี้เอ้กก็ทำด้วยใจรักน่ะค่ะ แล้วที่บ้านก็ค่อนข้างที่จะให้เรามุ่งมั่นกับเรื่องเรียนมากกว่าน่ะค่ะ แต่คนข้างบนฟ้าเขาคงลิขิตแล้วล่ะค่ะว่าให้เรามาทางสายนี้ ลิขิตมาแล้วให้เราไปได้แค่ไหน เอ้กก็ปล่อยไปตามธรรมชาติว่าจะเป็นไปได้ซักแค่ไหน ตามสบายมากกว่า ส่วนอาชีพจริงๆ ถ้าไม่ได้เข้ามาในวงการนี้ก็อยากเป็นพีอาร์ค่ะ เพราะว่าเอ้กชอบทำงานติดต่อสื่อสาร”

IPB Image

- ที่บ้านสอนอย่างไรก่อนมาอยู่ในวงการนี้?
“เขาบอกว่าให้ใส่ใจเรื่องการเรียนมากๆ คือเราต้องมาเรียนมาซ้อมเต้น ร้องเพลงไงคะ มาถ่ายหนังสือ เวลาเรียนน้อยลง ใกล้เอ็นอีก แม่ก็จะบอกให้เราพักผ่อนให้เพียงพอ ฟิตร่างกาย อย่าป่วย เพราว่าถ้าป่วยเราจะเสียหลายอย่างเลย ในห้องเรียนเราก็ต้องตั้งใจขวนขวายให้มากที่สุด เวลามีเวลาว่างก็ต้องเตือนตัวเองว่าเราต้องทำ ว่างไม่ได้นะ ความรับผิดชอบมันเพิ่มมากขึ้นน่ะค่ะ”

- ครอบครัวแฮปปี้แค่ไหนกับการที่เรามาอยู่ในวงการบันเทิง?
“ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไรมาก เพราะเอ้กทำงานโฆษณามาเยอะ เขาจะบอกว่าทำน่ะทำได้แต่อย่าเสียเรียน ต้องแบ่งเวลาเป็น พ่อเขารู้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้งานเยอะมากขึ้น อาทิตย์หนึ่ง 4 วันเลย ก็มีที่ต้องหยุดแต่เราก็แบ่งเวลาได้”

IPB Image

- เส้นทางมันยากมั้ยกว่าจะได้เข้ามาตรงนี้?
“มันเหมือนมีใครลิขิตเอาไว้แล้ว มันลงตัวทุกเรื่องเลย โมเดลลิงก็มาเจอ มาชอบเราแบบนี้ มีเด็กมาสมัครเยอะแยะเลย เขาเลือกเอาคนที่เขาชอบ บางทีเกณฑ์มันก็ไม่ได้ เหมือนกับว่ามันต้องประกายที่เขาจะชอบ การแข่งขันก็สูงมาก เพราว่าแต่ละคนก็มีดีของตัวเองน่ะค่ะ ดวงก็เกี่ยวนะ คุยกับคนแล้วเขาก็ต้องชอบ เหมือนเขาก็ต้องชอบเราด้วยไม่งั้นโมเดลลิงก็ไม่ส่งงานให้เรา ถ้าเราทำตัวไม่ดี”

- วางอนาคตเรื่องเรียนต่อหรือยัง?
“อยากเรียนบัญชีบริหารค่ะ อยากเรียนบัญชีจุฬาค่ะ เพราะเอ้กคิดว่าพีอาร์เป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัว ถ้าเราไม่เจ๋งจริงแล้วเราไปเรียนการสื่อสาร มันก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี อยากเป็นพีอาร์ที่รู้เยอะๆ เลยอยากเรียนด้านบริหารไปด้วย ควรจะมีความรู้กว้างๆ เอ้กเห็นพี่ๆ พีอาร์ที่ทำงาน เขาสวย ทำงานเก่ง มีเสน่ห์น่ะค่ะ แล้วคนก็พูดให้คนทำตามที่เขาพูดได้ ดูเก่งน่ะค่ะ มีอำนาจ โน้มน้าวเก่ง แล้วเอ้กชอบทำงานกับคนเยอะๆ ด้วย”

- ต้นแบบในชีวิต?
"มีเยอะค่ะ ญาติๆ ก็เยอะด้วยที่ทำให้เราอยากก้าวไปด้วยกัน เอ้กมีพี่น้อง 5 คนค่ะ หญิง 4 ชาย 1 คน พี่คนที่ 3 เขาก็ชอบวงการนี้นะ ทำบ้าง คนอื่นก็ไม่ชอบ แล้วเอ้กก็ปลื้มพี่นิกกี้เอ็มทีวีค่ะ เขาพูดเก่ง น่ารัก แล้วก็อยากทำเหมือนเขาด้วย อยากเป็นวีเจเอ็มทีวี แต่ถ้าเอาที่อยากเป็นแบบเขาเลยคืออยากเป็นพอลล่าค่ะ เพราะพี่เขาไม่ค่อยมีข่าวเสียๆ เขาเก่งมากที่ทำให้ใครรักเขาได้ ใครๆ ก็รักเขา ดีจังเลย ทำนองนั้น”

- รู้สึกว่าหนักมั้ยกับคนอายุ 17 แล้วต้องรับผิดชอบทั้งเรียนทั้งงาน?
“เอ้กว่ามันเป็นอะไรที่เหนื่อยนะ สมติเอ้กมีลูกมาทำตรงนี้เอ้กก็คงคิดดูก่อน แต่ว่ามันเป็นชีวิตที่คุ้มมาก มันคุ้มกว่าคนอื่น เราโตขึ้น มีสติขึ้น เรารู้ว่าควรทำอะไรไม่ควรทำอะไร ได้สังคมมากขึ้น เรื่องเรียนเราอาจไม่ได้เต็มที่เราก็ทำใจว่าเราอาจจะได้เกรดไม่สูงมาก แต่เราก็อย่าให้มันตกต่ำมาก ประคองตัวเองไปให้ได้ แล้วก็อย่าทิ้งความฝันค่ะ"



ชอบจิงในเครื่องแบบนี่









น่ารักนะจ้ะ







แอบเข้ม





พวกหื่นเอาไปทำ ซิก ไป





น่ารักนะคับ




คุยกะชายใดอยู่





น่าร้าก





น่ากอด



 

ชอบจิงในเครื่องแบบนี่









น่ารักนะจ้ะ  





 
 IPB Image

อั้ม พัชราภา


อั้ม พัชราภา

 อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ เป็นนักแสดงหญิงสุดเซ็กซี่ อันดับหนึ่งในเมืองไทย ด้านการศึกษา อั้ม พัชราภา ศึกษาระดับประถมที่ โรงเรียนสตรีวรนาถ บางเขน และระดับมัธยม ที่โรงเรียนดัดดรุณี ฉะเชิงเทรา และได้เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่  มหาวิทยาลับรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ เอกการประชาสัมพันธ์ โดย อั้ม พัชราภา เริ่มต้นเข้าวงการกับ เข้าสู่วงการด้วยการประกวดสาวแฮ็คส์ ปี 2540 ได้รับตำแหน่งชนะเลิศ  เรามาทราบประวัติคร่าวๆ ของ อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ กันค่ะ








ชื่อ-นามสกุล                 พัชราภา ไชยเชื้อ 
ชื่อเล่น                          อั้ม 
วัน เดือน ปีเกิด         5 ธันวาคม 2521 
ส่วนสูง                         168 เซนติเมตร 
น้ำหนัก                        46 กิโลกรัม 
การศึกษา                     มหาวิทยาลัยรังสิต 
อาหารสุดโปรด          ส้มตำ, ไก่ย่าง 
ดารานักร้องในดวงใจ มาช่า วัฒนพานิช 
หนุ่ม/สาวในอุดมคติ    สุภาพ จริงใจ 
คติประจำใจ                 ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ที่อยู่                              72 / 519 หมู่ 16 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ 10510

วัยรุ่นญี่ปุ่น กรี๊ด!!! "โฟร์-มด" บุกถึงถิ่น























          ความน่ารักไม่เข้าใครออกใครเลยจริงๆ โดยเฉพาะกับ 2 สาวดูโอ โฟร์-มด ที่ไม่ว่าออกผลงานอะไรมาก็ได้รับการต้อนรับอย่างดีจากแฟนๆ และในตอนนี้ความแรงของทั้งคู่นั้นไม่ได้มีแค่ในเฉพาะในบ้านเราเท่านั้น เพราะ 2 สาวหน้าใส ยังแพร่กระจายความน่ารักสดใสไปโดนใจไกลถึงแดนปลาดิบอีกด้วย

          และในวันนี้เราได้ตามไปเก็บภาพการถ่ายมิวสิกฯ และถ่ายปกอัลบั้มใหม่ของทั้งคู่จากประเทศญี่ปุ่นเลยทีเดียว บรรยากาศการทำงานก็เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เพราะโลเกชั่นที่เลือกถ่ายทำนั้นเป็นย่านที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมของวัยรุ่นที่นั่นมากๆ

          ซึ่งโฟร์และมด ก็ได้รับความสนใจจากแฟนๆ ชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะวัยรุ่น ทั้งหญิง-ชายอย่างมาก สังเกตได้จากที่มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปกับสองสาวตลอดเวลา

          โดยในการทำงานครั้งนี้นอกจากถ่ายภาพนิ่งเพื่อใช้เป็นปกอัลบั้มแล้ว โฟร์และมด ต้องไปร้องและเต้นกลางย่านช็อปปิ้งอย่าง ฮาราจูกุและชิบูย่า แถมยังต้องไปนั่งรถโบราณเที่ยวชมรอบๆ บริเวณวัดอาสากุสะ อันโด่งดังของญี่ปุ่น เพื่อนำไปใช้ในมิวสิกฯ เพลงแรก "เด็กมีปัญหา" ด้วย ซึ่งความรู้สึกของทั้งคู่จะเป็นอย่างไรที่ต้องมาทำงานในต่างแดนอย่างนี้ โฟร์-มด เล่าว่า

          "การทำงานครั้งนี้เหรอคะ สนุกมากเลยค่ะ หนาวด้วย ตื่นเต้นด้วย ที่จริงเราสองคนก็เคยมาที่ญี่ปุ่นหลายครั้งแล้วนะคะ แต่ว่าเรามางานโชว์ตัวและก็มาแสดงคอนเสิร์ตที่นี่ ยังไม่เคยมาถ่ายมิวสิกฯ หรือถ่ายปกอัลบั้มกันเลย พอต้องมาทำงานแบบนี้ก็เลยรู้สึกตื่นเต้นเหมือนกัน อย่าง โฟร์ จะอายแล้วก็เขินกว่ามดค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม

          โฟร์ว่ามันแปลกๆ ที่เราต้องร้องเพลงแล้วก็เต้นกลางย่านที่คนเดินกันเยอะๆ แบบนี้ คือย่านนี้ก็เหมือนกับที่สยามบ้านเรานี่แหละค่ะ มีคนเยอะๆ แล้วส่วนมากก็เป็นวัยรุ่นไง ที่สำคัญคือเราไม่รู้จักใครเลยแล้วก็ต้องยิ้มแย้ม โบกมือทักทายกับวัยรุ่นที่นี่ โฟร์เลยเขินมาก

          แต่จะสลับกับมดเพราะว่า มด จะไม่เขิน มด คอยกระซิบพี่โฟร์ว่า เต้นไปเลยไม่ต้องเขินไม่มีใครรู้จักเราอย่างนี้แหละดี เต้นไปเหอะเต็มที่ ซึ่งก็ช่วยได้นะคะ ลดความอายไปได้บ้าง เพราะมีคนเต้นด้วย

          ส่วนเรื่องของแฟนๆ ที่ญี่ปุ่น ก็น่ารักดีค่ะทุกคนยิ้มแย้มกันดี มีเข้ามาขอถ่ายรูปกับเราสองคนตลอด ตอนที่ไปที่ชิบูย่ามีกลุ่มหนึ่งจำเราได้เข้ามารุมขอถ่ายรูปแล้วก็กรี๊ดกันใหญ่เลย เราสองคนเขินมากแต่ก็รู้สึกดีค่ะ ที่ทุกคนให้ความสนใจและก็ตอบรับดี"

0 Comments | Post Comment | Permanent Link

สตอเบอรี่123 July 2007
0 Comments | Post Comment | Permanent Link

สตอเบอรี่ชีสเค้ก23 July 2007


0 Comments | Post Comment | Permanent Link

โครตพิเรน20 July 2007
Rainy Day In Bangkok Clean Concert

ผ่านพ้นไปเรียบร้อยแล้วสำหรับอภิมหาคอนเสิร์ตที่แฟนเพลงทุกคนรอคอย เมื่อหนุ่มน้อยหน้าใส แววตาสระอิ “เรน-ชองจีฮุน” เจ้าของฉายา “จัสติน ทิมเบอร์เลค แห่งเอเชีย” ได้เดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกในประเทศไทย Rainy Day In Bangkok Clean Concert คอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายปิดฉากอัลบั้ม It’s Raining ที่โด่งดังไปทั่วทั้งเอเชีย เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 25-26 กุมภาพันธ์ 2549 ที่ผ่านมา ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี



บรรยากาศรอบๆ งานก่อนที่คอนเสิร์ตจะเริ่มขึ้นก็เต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อบรรดาแฟนคลับของหนุ่มคนนี้ทั้งชาวไทยและต่างประเทศต่างเดินทางมาร่วมงานกันอย่างมากมายกว่า 20,000 ชีวิต โดยแฟนคลับบางคนบางกลุ่มถึงกับเดินทางมาจากไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลี, จีน, ญี่ปุ่น เพื่อมาชมคอนเสิร์ตปิดอัลบั้มของเรนในครั้งนี้ที่ประเทศไทย และคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็ยังได้สาวน้อยเสียงใส Star มาร้องเพลงเปิดคอนเสิร์ตให้กับบทเพลงสุดฮิตที่โด่งดังไปทั้งเอเชีย I Think I หลังจากนั้นเวลาที่แฟนเพลงทุกคนรอคอยก็มาถึง เมื่อหนุ่มเรนปรากฏตัวด้วยเสื้อแจ็คเกตสีขาว เสื้อยืดแขนยาวสีเขียว กางเกงยีนส์สุดเท่ห์ พร้อมด้วยการโชว์ลีลาแดนซ์กับบทเพลง My Way และมาแดนซ์กันต่อกับเพลง Bad Guy และหนุ่มเรนก็ขอพักเหนื่อยหันมาร้องเพลงช้าๆ ซึ้งๆ กันบ้างกับเพลง Last Handshake

หลังจากนั้นหนุ่มเรนก็ปรากฏตัวด้วยเสื้อโค้ตสีดำสุดเท่ห์พร้อมกับเพลง Again And Again และเพลง Did You Have To… และมาเปลี่ยนจังหวะมาแดนซ์กันบ้างกับเพลง Looking จากนั้นหนุ่มเรนก็ขอประกาศแต่งงานกับสาวไทย โดยขอตามหาสาวที่จะมาเป็นเจ้าสาวของเขาในงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ และเรนก็จูงมือสาวน้อยผู้โชคดีขึ้นมาบนเวที พร้อมกับร้องเพลงพิเศษเพลง Quiz ให้กับเธอคนนี้โดยเฉพาะ ทำให้สาวน้อยผู้โชคดีคนนี้ถึงกับดีใจจนน้ำตาไหล แถมงานนี้หนุ่มเรนยังมีของขวัญชิ้นพิเศษให้อีกด้วยเป็นตุ๊กตาหมีสีขาวตัวใหญ่ และช่อดอกไม้ใหญ่ยักษ์ และที่เซอร์ไพร์สสุดๆ ก็เห็นจะเป็นตอนที่หนุ่มเรนหยิบแหวนออกมาแล้วสวมให้กับสาวน้อยผู้โชคดีคนนี้ พร้อมกับกอดเธอ ( น่าอิจฉามากๆ )



จากนั้นหนุ่มเรนก็ร้องเพลงที่โด่งดังมากๆ ในเอเชีย I Do ต่อด้วยเพลง You Know, I และเพลง Running Away From The Sun หลังจากนั้นหนุ่มเรนก็ขอร้องเพลงให้กับผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดในชีวิตซึ่งก็คือ “คุณแม่” ของเขานั่นเอง ที่ตอนนี้ท่านมองดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ของเขาจากสรวงสวรรค์ในเพลง Not Used To แต่ในขณะนี้หนุ่มเรนร้องเพลงนี้อยู่นั้นเขาก็ถึงกับกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ และมาต่อกันด้วยเพลง Now You Like Me ที่ในเพลงนี้นี่เองที่ทำให้มีฝนตกกลางเวที แถมหนุ่มเรนยังแอบโชว์กล้ามอกให้สาวๆ ได้ใจละลายกันอีกด้วย แต่น่าเสียดายไปนิดนึงก็ตรงที่คอนเสิร์ตครั้งนี้หนุ่มเรนใส่ชุดสีดำในขณะที่ร้องเพลงนี้ ผิดกับคอนเสิร์ตครั้งก่อนๆ ในประเทศอื่น ที่หนุ่มเรนขอโชว์เซ็กซี่ด้วยการใส่ชุดสีขาว พอโดนฝนก็ทำให้แนบเนื้อเซ็กซี่มากๆๆๆๆ

และก็มาถึงเพลงที่เป็นไฮไลท์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ เมื่อหนุ่มปรากฏตัวด้วยการโหนสลิงลงมาจากด้านบนพร้อมด้วยบทเพลง It’s Raining และมาแดนซ์กันต่อกับเพลง Instead Of Goodbye และหนุ่มเรนก็ขอปิดท้ายกันด้วยเพลง To You แต่แหม...คอนเสิร์ตเต็มรูปแบบทั้งทีจะมาร้องเพลงกันแค่นี้ได้ยังไง หนุ่มเรนก็เลยขอปิดท้ายจริงๆ กันด้วยเพลง I Do ( Remix ) และในเพลงนี้หนุ่มเรนพร้อมด้วยเหล่าแดนเซอร์ก็ขอเล่นกันแบบสนุกสุดเหวี่ยง ด้วยการสาดน้ำใส่กันและใส่คนดูกันอย่างสนุกสนาน เฮฮาปาร์ตี้มากๆ แถมในตอนท้ายของคอนเสิร์ตหนุ่มเรนซึ่งอยากพูดภาษาไทยกับแฟนเพลงเป็นประโยคยาวๆ แต่ก็ไม่สามารถทำได้ ก็เลยขอหยิบป้ายคำพูดเป็นภาษาไทยแทน ซึ่งจับใจความได้ประมาณว่า “เขาเล่นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยความรักและความตั้งใจมากที่สุด” และปิดท้ายด้วยคำว่า “รักครับ” เป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ตได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด



โดยคอนเสิร์ตในครั้งนี้ซึ่งเรียกได้ว่าเต็มรูปแบบครั้งแรกของหนุ่มเรน ก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากถึงมากที่สุด แต่ที่ประทับใจสุดๆ นอกเหนือจากการเต้นที่สุดยอดมากๆ แล้ว ก็คือช่วงที่เขาร้องเพลงพิเศษให้กับคุณแม่ซึ่งตัวเขาอินมากๆ กับคำพูดที่ว่า “เขาอยากนำรูปคุณแม่ของเขามาโชว์ให้ทุกคนได้ชมกัน แต่ว่าเนื่องจากบ้านเขาถูกไฟไหม้ทำให้รูปคุณแม่ของเขาถูกไฟไหม้ไปจนหมด ไม่เหลือแม้แต่ใบเดียว” โอ้โห...ซึ้งมากๆ ทำให้แฟนเพลงถึงกับน้ำตาคลอตามเลยทีเดียว แถมการโชว์ต่างๆ พร้อมด้วยพรุหลากหลายแบบอลังการมากๆ ดูตื่นตาใจดี และต้องยอมรับเลยว่าเรนไม่ใช่คนที่หล่ออะไรมากมาย แต่เขาเป็นคนที่มีความสามารถมากๆ ทั้งการร้องและการเต้น สมกับการที่เขาได้รับการยอมรับจากแฟนเพลงทั่วทั้งเอเชีย สรุปก็คือแฟนเพลงคนไหนที่พลาดคอนเสิร์ตในครั้งนี้ไป ต้องถือว่าน่าเสียดายมากๆ เพราะว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้สนุกและประทับใจมากถึงมากที่สุด ^๐^
บรรยากาศ Rainy Day In Bangkok ( 2 )

0 Comments | Post Comment | Permanent Link

เรน20 July 2007
Rain's World แฟชั่นปกจากนิตยสารแพรว ฉบับประจำวันที่ 10 มกราคม 2550 กับนักร้องหนุ่มซูเปอร์สตาร์ของเอเชีย เรนหรือชองจีฮุน ที่ล่าสุดกำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ต Rain's Coming World Tour ในประเทศไทยของเรา แต่ก็ได้มีการเลื่อนไปเป็นเดือนมิถุนายนแล้ว แฟนๆ ก็รอกันอีกนิดนะจ๊ะ รับรองว่าอลังการแน่นอน!

เรน ทุกรางวัลขอมอบให้คุณแม่

กำลังฮอตฮิตติดลมบนในบ้านเราเป็นอย่างมาก สำหรับน้องร้องหนุ่มเอวไหว “เรน-ชองจีฮุน” ที่ไม่ว่าจะแสดงละครซีรี่ส์เรื่องอะไรก็ตาม ก็ได้รับกระแสตอบรับจากแฟนๆ อย่างล้นหลามอย่างมากมาย และวันนี้เราก็มีบทสัมภาษณ์เด็ดๆ ของหนุ่มน้อยคนนี้ในการทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศฟิลิปปินส์มาเล่าสู่กันฟังด้วยค่ะ ขอบอกว่าวันนั้นหนุ่มเรนตอบคำถามแต่คำถามได้น่ารัก และน่าเอ็นดูเอามากๆ

ระหว่างการเป็นนักแสดงกับนักร้อง เรนรักอาชีพไหนมากกว่าค่ะ?
  • ( อมยิ้มเล็กน้อย ) มันเป็นคำถามเหมือนกับคำถามที่ว่าระหว่างพ่อกับแม่เรารักใครมากกว่ากัน ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไงดี เพราะรักทั้งสองอย่างมากๆ

    วันว่างของเรนชอบทำอะไรค่ะ?
  • เวลาว่างของผมส่วนใหญ่ ผมจะท่องบทละคร หรือบางทีก็จะออกไปทานข้าวกับพวกทีมงาน มันก็สนุกดีครับ ผมว่าผมเอ็นจอยกับการทำแบบนี้นะ ( ตอบแบบนี้รู้เลยว่าไม่ค่อยจะได้รีแล็กซ์สักเท่าไหร่ )

    ทำงานหนักแบบนี้มันทำให้เรนได้พักผ่อนน้อย รู้สึกอย่างไรบ้างค่ะ?
  • ผมเคยได้ยินคำพูดหนึ่ง แล้วรู้สึกประทับใจมากคือ คนเราสามารถพักผ่อนได้ยาวที่สุดหลังจากที่คุณได้ตายไปแล้ว แต่ตอนนี้ผมยังมีชีวิตอยู่เลยต้องทำงานหนักต่อไปครับ

    เรนมีวิธีทำตัวยังไงถึงทำให้ตัวเองเป็นที่รักของทุกคนได้มากขนาดนี้ค่ะ?
    คัยชอบ เรน ชองจีฮุน ทางนี้เลย ส่งให้เพื่อน quote vote



    ชื่อ-นามสกุล Jeong Ji-Hun
    ชื่อเล่น Woody ( ชื่อในการเป็นนักร้อง : Rain )
    วัน เดือน ปีเกิด 25 มิถุนายน 2525
    ส่วนสูง 184 เซนติเมตร
    น้ำหนัก 75 กิโลกรัม
    การศึกษา Kyunghee University ( เอกการแสดง )
    สไตล์การแต่งกาย -
    อาหารสุดโปรด ไอศกรีม
    สถานที่เที่ยวสุด HIP -
    ดารานักร้องในดวงใจ ชาร์ลี แชพพลิ้น, ไมเคิล แจ็คสัน
    หนุ่ม/สาวในอุดมคติ ตาสวย ผมยาว เรียบร้อย เข้ากันได้ทุกเรื่อง
    พูดถึงตัวเอง 3 ข้อ -
    คติประจำใจ ถ้าไม่พยายาม ไม่อดทน และไม่ถ่อมตัว ชีวิตจะไม่ประสบความสำเร็จ
    ที่อยู่ 123-50 JYP Entertainment Seoul Kangnam-Gu Sheongdam-Dong 123-50
     
    ผลงานภาพยนตร์
    -
    ผลงานละคร
    Sang Doo, Let'' s Go To School ( คู่กับ Gong Hyo-Jin )
    Full House ( คู่กับ Song Hye-Kyo )
    A Love To Kill
    ผลงานมิวสิควิดีโอ
    -
    ผลงานเพลง
    ปี 2002 อัลบั้ม Bad Guy
    ปี 2003 อัลบั้ม First Drop ( Overseas Version )
    ปี 2003 อัลบั้ม Rain Vol. 2
    ปี 2004 อัลบั้ม It'' s Raining
    รางวัลที่ได้รับ
    ปี 2002 รางวัลนักร้องหน้าใหม่ยอดเยี่ยมประจำปี ( จากงานประกาศรางวัลเพลงของ SBS, KBS, MBC, KMTV และ M-NET )
    ปี 2003 รางวัล New Actor Award จากงานประกาศรางวัลของทางสถานีโทรทัศน์ KBS
    ปี 2003 รางวัล Best Couple Award ( ได้รับร่วมกับ Gong Hyo-Jin ) จากงานประกาศรางวัลของทางสถานีโทรทัศน์ KBS
    ปี 2005 รางวัล MTV Asia Aid สาขา Favorite Artsit Of Korea

  • เรื่องของความจริงใจไงครับ ผมมอบความจริงใจให้กับแฟนคลับของผมทุกคน แล้วเขาก็จะรักคุณกลับมาเอง ผมมักจะบอกกับตัวเองเสมอว่าไม่มีสิ่งไหนที่ผมจะทำไม่ได้ แล้วก็ต้องรู้อีกว่าตัวเองมีด้านดีตรงไหน แล้วก็ค่อยๆ นำเสนอออกมา แค่นี้แหล่ะครับ

    คุณเป็นศิลปินที่รู้จักถ่อมตัวมากที่สุดคนหนึ่ง จนทำให้สื่อมวลชนในเกาหลีต่างยกย่องคุณแทบทุกสำนัก เรนคิดยังไงกับคำชมเหล่านี้ค่ะ?
  • ไม่หรอกครับ สมัยก่อนออกอัลบั้มแรกผมจำได้เลยว่ามีคนบอกว่าผมหน้าตาไม่ดีเลย แถมบางคนบอกว่าผมหน้าตาน่าเกลียดอีกด้วย บางคนยังบอกให้ผมไปทำศัลยกรรมแล้วค่อยกลับมาใหม่ คิดดูสิครับผมจะรู้สึกอย่างไรบ้าง ผมเลยมีคติประจำใจว่าจะต้องรู้จักถ่อมตน และมีความมุมานะพยายามอย่างไม่สิ้นสุด ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ได้มาโดยไม่ต้องพยายาม ผมรู้ว่ามีคนอื่นที่เต้นเก่งกว่า หุ่นดีกว่า และแสดงเก่ากว่า อย่างไรก็ตามผมคิดเสมอว่าการเอาช่วงเวลาที่คนอื่นนอนมาฝึกฝนตัวเองผมก็จะดีขึ้นเองครับ

    กลัวมั้ยว่าตัวเองจะไม่ประสบความสำเร็จ?
  • เพราะว่าผมมีความมั่นใจ ความเชื่อมั่น ผมไม่รู้หรอกว่าจะใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงจะมีอุปสรรค แต่ผมก็เชื่อว่าทุกอย่างจะลงเอยออกมาด้วยดี ช่วงแรกผมเจออุปสรรคมากเลยนะครับ มีช่วงหนึ่งผมลำบากมากถึงขนาดไม่มีเงินซื้อข้าวทานเลยทีเดียว ตอนที่ไม่สบายก็ไม่มีเงินไปหาหมอด้วย สิ่งเหล่านี้เลยทำให้ผมเข้มแข็งและไม่กลัวต่ออุปสรรคครับ

    ทางบ้านของเรนสนับสนุนในการทำงานด้านนี้หรือเปล่าค่ะ?
  • แรกๆ ทางบ้านก็ไม่ค่อยจะสนับสนุนสักเท่าไหร่ แต่ต่อมาก็เริ่มเห็นด้วย ก็ไม่ได้ถือว่ามีอุปสรรคอะไรครับ

    และเรื่องที่เสียใจที่สุดในชีวิตของเรนคือเรื่องอะไรค่ะ?
  • คงจะเป็นเรื่องที่ผมต้องสูญเสียคุณแม่ไป เพราะคุณแม่เป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม เราผูกพันกันมาก ในเกาหลีคุณต้องสอบเอ็นทรานซ์ก่อนจึงจะเข้ามหาวิทยาลัยได้ ซึ่งเป็นช่วงที่คุณแม่สุขภาพไม่แข็งแรง เราสองคนเริ่มมีปัญหากัน ทำให้ความสัมพันธ์ของเราทั้งสองคนตึงเครียดและห่างเหินกัน ก่อนหน้าที่ผมจะสอบคุณแม่นำขนมประจำชาติมาให้ผมพร้อมทั้งจดหมายฉบับหนึ่ง ซึ่งคุณแม่เขียนว่าเธอเสียใจ ผมรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองหัวใจสลายเมื่อได้อ่าน หลังจากนั้นไม่กี่เดือนเธอก็เสียชีวิตลง เรายังไม่เคยได้พูดอะไรกันเลยจนทุกวันนี้ ผมเสียใจที่ไม่เคยมอบดอกไม้ให้คุณแม่ หรือแม้แต่ว่าจะเลี้ยงข้าวคุณแม่สักมื้อผมยังไม่เคยทำเลย แต่ทุกครั้งที่ผมไปเคารพหน้าหลุมฝังศพของคุณแม่ ผมจะเอารางวัลที่ผมได้ไปด้วย ผมถือว่ารางวัลเหล่านี้ผมมอบให้กับคุณแม่ ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ทำแบบนี้ครับ

    ทุกครั้งที่เรนขึ้นคอนเสิร์ตคุณจะมีเพลงพิเศษที่มอบให้คุณแม่ แล้วยังมีอะไรอีกบ้างค่ะ?
  • ครับ ผมมีอยู่เพลงหนึ่งที่มอบให้คุณแม่ แล้วผมเองก็จะร้องไห้อยู่บ่อยๆ เวลาร้องเพลงนี้ แต่หลังๆ ผมเริ่มคุมอารมณ์ได้บ้างแล้ว อีกอย่างผมพยายามที่จะเป็นคนดี ถึงคุณแม่จะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ผมก็ไม่ต้องการทำเรื่องเสื่อมเสียครับ

    จุดเปลี่ยนจากการเป็นแดนเซอร์ แล้วมาเป็นนักร้องของเรนอยู่ตรงไหนค่ะ?
  • อยู่ที่ผมได้พบกับ JP Park ผู้จัดการของผม ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของผมเลย จากแต่ก่อนผมเป็นแดนเซอร์ก็ต้องเต้นตามท่าที่เขาออกแบบไว้ให้ แต่การได้เป็นนักร้องมันทำให้เราได้แสดงความสามารถของตัวเองมากขึ้น และหลากหลายมากขึ้น สิ่งนี้เลยทำให้ผมตัดสินใจผันตัวเองมาเป็นนักร้องครับ

    ตอนนี้มีนักร้องเกิดใหม่ทุกวัน เรนมีวิธีทำอย่างไรให้ตัวเองรักษาระดับได้อยู่ตลอดไปค่ะ?
  • เวลาที่ผมทำงาน ผมจะนอนไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมงต่อคืน คติประจำใจของผมคือการรู้จักถ่อมตน และมุ่งมั่นที่จะทำให้ดีที่สุดอยู่เสมอ ผมมีความเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ได้มาโดยที่เราไม่พยายาม ผมรู้ว่ามีคนอีกมากมายที่เต้นเก่งกว่าผม รูปร่างดีกว่าผม เพราะฉะนั้นผมจะต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้ได้มากกว่า และเก่งกว่าครับ
  •  
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    หัวใจศิลา20 July 2007
    หัวใจศิลา
    แนวละคร ดราม่า
    บทประพันธ์ นาวิกา
    บทโทรทัศน์ วรรณา แต่งผสุเลิศ
    กำกับการแสดง สันต์ ศรีแก้วหล่อ
    ออกอากาศทุกวัน จันทร์-พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 5


    เรื่องย่อ

    ศิลา ( ต่อ ) เป็นลูกของ ไหม เมียน้อยของ ทรงศักดิ์ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ศิลาเกิดจากความไม่ตั้งใจของทรงศักดิ์ ไหมพาศิลามาพบทรงศักดิ์ที่บ้านแต่ถูกไล่ออกมา และไหมก็สิ้นใจในที่สุดทิ้งให้ศิลาอยู่เพียงลำพัง ทรงศักดิ์จึงจำใจรับศิลาเข้าไปอยู่ในบ้าน โดยปล่อยให้ สีดา เมียหลวงของเขาดูแล แต่สีดาก็เกลียดชังศิลาและสอนให้ สาวิตต์ ลูกชายของเธอรังแกศิลาด้วย

    โกมุท และ มารศรี เป็นผู้ดีเก่าเพื่อนบ้านของทรงศักดิ์ มีลูกสาวสองคนคือ มิ่งขวัญ และ มินตา แต่มารศรีกลับเอาใจและประคบประหงมมิ่งขวัญมากกว่ามินตา มินตาชอบเล่นอะไรแบบเด็กผู้ชาย เธอจึงเป็นเพื่อนเล่นเพียงคนเดียวของศิลา ในขณะที่ศิลามักจะหลบออกมาอยู่คนเดียว ส่วนมิ่งขวัญรังเกียจศิลาจนไม่ยอมเข้าใกล้ และด่าศิลาว่าเป็นไอ้หมาขี้เรื้อนสกปรกโสโครก

    วันหนึ่งศิลาถูกสีดาทุบตีทำร้ายอย่างทารุณและขังไว้ในห้อง เพราะสาวิตต์ใส่ร้ายศิลาว่าขโมยเงินของสีดาไป ในคืนนั้นศิลาหาทางหนีออกไปจากบ้านจนได้ หลายวันต่อมามีคนพบศพเด็กชายคนหนึ่งลอยน้ำมาทุกคนเข้าใจว่าศิลาตายไปแล้ว แต่แท้จริงแล้วศิลาหนีไปอยู่กับ พิมสุดา ( แหม่ม ) น้าสาว ซึ่งเป็นน้องแท้ๆ ของไหมนั่งเอง สิบห้าปีต่อมามินตาเติบโตขึ้นและทำงานเป็นมัณฑนากรในบริษัทออกแบบตกแต่งบ้านแห่งหนึ่ง

    เธอพา ธันวา เพื่อนร่วมงานของเธอไปโรงพยาบาล แต่ความรีบร้อนทำให้รถชนกับรถของศิลาที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มินตารู้สึกคุ้นหน้าว่าเขาคือพี่ต่อที่เธอเคยรู้จัก แต่ชายหนุ่มกลับไม่ยอมรับ ธันวาจำได้ว่าศิลาเป็นมือขวาของเจ้าแม่แหม่ม แม่เล้าไฮโซแห่งวงการธุรกิจกลางคืน มินตาจึงเข้าใจว่าศิลาเป็นแมงดา

    และซ้อมผู้หญิงจนแท้งจึงต้องพามาโรงพยาบาล แต่ศิลาได้รู้ความจริงจาก อ้อย ว่าที่เธอต้องตกเลือดอย่างรุนแรง เพราะเธอถูกลูกค้าคนหนึ่งซ้อมและลูกค้าคนนั้นคือสาวิตต์นั่นเอง แต่สีดาก็หาทนายมาช่วยให้สาวิตต์รอดพ้นจากความผิด ศิลาจึงรู้ว่าคนพวกนี้ยังอยู่ดีมีสุข และทำความเลวให้คนอื่นเดือดร้อน ความโกรธแค้นที่ศิลามีต่อครอบครัวของสีดาจึงปะทุขึ้นอีกครั้ง

    มินตาพยายามจะบอกสาวิตต์ว่าศิลาคือต่อ แต่สาวิตต์ไม่เชื่อว่าหมาขี้เรื้อนอย่างต่อจะกลายมาเป็นคนดูดีมีระดับ จนสามารถควงกับ ลักษมี ดาราสาวที่ใครๆ มักคิดว่าเป็นแฟนของศิลา และที่สำคัญสาวิตต์เชื่อว่าต่อตายไปแล้ว ในขณะที่มินตายังปักใจเชื่อว่าศิลาคือคนคนเดียวกับต่ออย่างแน่นอน ส่วนศิลาก็เข้าใจผิดคิดว่ามินตาเป็นแฟนของสาวิตต์ ทำให้เขาแค้นเธอไปด้วย

    มารศรีต้องการให้มิ่งขวัญแต่งงานกับสาวิตต์ เพื่อนที่จะใช้ความรวยของบ้านนั้นกอบกู้ฐานะรวยแต่เปลือกของตน ซึ่งสาวิตต์เองก็พอใจในตัวมิ่งขวัญเช่นกัน ศิลาวางแผนเข้ามาจีบมิ่งขวัญโดยทำตัวเป็นเจ้าบุญทุ่มเพื่อทำให้เธอห่างจากสาวิตต์ ซึ่งก็ได้ผลเพราะมิ่งขวัญหลงรักความหล่อรวยของศิลาจนถอนตัวไม่ขึ้น วันหนึ่งมินตาก็แทบช็อคเมื่อพบว่าแฟนของมิ่งขวัญคือศิลานั่นเอง

    มินตาขอให้ศิลาเลิกยุ่งกับพี่สาวของเธอ ทั้งสองทุ่มเถียงกันศิลาโมโหจึงเผลอตัวจูบมินตา ทำให้เธอโกรธมาก แต่มินตายังคงตามตื้อศิลา เพราะต้องการจับผิดว่าศิลาคือพี่ต่อของเธอจริงๆ แต่ศิลากลับคิดว่ามินตาแสร้งทำตัวไร้เดียงสา ไม่ต่างจากมิ่งขวัญที่จ้องจะจับเขาเมื่อรู้ว่าเขาร่ำรวยเพียงใด สาวิตต์ตกเป็นเหยื่อของศิลาจนได้ เพราะผีการพนันเข้าสิง

    ทำให้เขาต้องมาขอยืมเงินโดยนำบ้านกับที่ดินมาจำนองไว้กับศิลา พร้อมกับโอ้อวดว่ามินตาแอบหลงรักตนมานานแล้ว ทำให้ศิลารู้สึกหึงหวงและเป็นหวงมินตาขึ้นมาทันทีโดยไม่รู้ตัว จึงเสนอให้สาวิตต์เอามินตามาขายแลกกับเงินก้อนใหญ่ สาวิตต์ตกลงหลอกให้มินตาไปพัทยาเพื่อช่วยงานเขา แต่พอมินตาไปถึงก็ได้รู้ความจริงว่าเธอถูกขาย เธอผิดหวังในตัวสาวิตต์มาก

    ในที่สุดศิลายอมรับว่าเขาคือพี่ต่อของเธอ เขากักขังมินตาไว้ไม่ให้เธอตกไปเป็นของสาวิตต์ แต่มินตาก็ตกเป็นของเขาในคืนนั้น แม้ศิลาจะรู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปกับมินตานั้นคือความรัก แต่ไฟแค้นและความชิงชังที่มีอยู่ ก็ไม่อาจทำให้ศิลาหยุดยั้งการแก้แค้นไว้ได้ และบทสรุปของเรื่องราวความรักและความแค้นของเขาและเธอจะลงเอยอย่างไร? ติดตามได้ในละคร "หัวใจศิลา"


    รายชื่อนักแสดง

    สุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว รับบท ศิลา ( ต่อ )
    พิชญา ศรีเทพย์ รับบท มินตา
    พงษ์พันธ์ เพชรบัณฑูร รับบท สาวิตต์
    สุมนต์รัตน์ วัฒนาเศลารัตน์ รับบท ลักษมี
    เมทินี กิ่งโพยม รับบท พิมสุดา ( แหม่ม )
    กาญจนา จินดาวัฒน์ รับบท สีดา
    พงศ์สิรี บรรลือวงษ์ รับบท ธันวา
    อัฐมา ชีวนิชพันธ์ รับบท มิ่งขวัญ
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    ซอย320 July 2007
    ซอย 3 สยามสแควร์
    แนวละคร ดราม่า
    บทประพันธ์ กนกวลี พจนปกรณ์
    บทโทรทัศน์ ทองเอก / ณ พัชร
    กำกับการแสดง กุณกนิช คุ้มครอง
    ออกอากาศทุกวัน จันทร์-ศุกร์ เวลา 18.45 น. ทางไทยทีวีสีช่อง 3


    เรื่องย่อ

    เรื่องราวความวุ่นวายของกลุ่มนักเรียนชาย-หญิง มัธยมปลายโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งแต่ละคนมาจากสภาพแวดล้อมและสภาพครอบครัวที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดปัญหาระหว่างเพื่อนขึ้นมากมาย วันเวลาผ่านไปทำให้ทุกคนได้ค้นพบความหมายของคำว่า “เพื่อนแท้” พล เด็กหนุ่มที่รักในเสียงดนตรี และมีความตั้งใจที่จะมีวงดนตรีเป็นของตัวเอง โดยพลสามารถพาวงดนตรีเข้าประกวดผ่านรอบสองมาได้ โดยมีคุณแม่ที่เข้าใจและคอยสนับสนุน แต่วงดนตรีของพลขาดนักร้องนำ จึงได้ชวนนักเรียนใหม่อย่าง ศิระ ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในชั้น และมีความรักเสียงเพลงและความสามารถทางด้านศิลปะ

    วิภา แม่ของศิระมีอาชีพเป็นช่างเย็บผ้า ส่วนพ่อเสียชีวิตแล้ว ทำให้ฐานะทางบ้านที่ไม่ได้ร่ำรวยต้องเจอภาระทางการเงิน ศิระจึงต้องการที่จะแบ่งเบาภาระจากวิภา จึงทำให้ศิระตกลงเป็นนักร้องนำให้กับวงของพล โดยมีข้อแม้ว่าเงินรางวัลที่ได้มาจะต้องแบ่งกันคนละครึ่ง โดยมี เพลิน เป็นคนคอยพูดชักชวนให้อีกทางหนึ่ง ส่วนเพลินมาจากครอบครัวที่พ่อกับ แม่พร แยกทางกันตั้งยังเด็ก เพลินอาศัยอยู่กับ พ่อธนา และย่าเภา ธนาเปิดอู่ซ่อมรถเล็กๆ ใช้ชีวิตไปวันๆ ข้อเสียคือติดเหล้ามาก ทำให้ธนาทะเลาะกับเพลินบ่อยๆ ย่าเภาจึงพยายามหาแม่เลี้ยงคนใหม่มาให้เพลิน

    โดยการพาวิภามาแนะนำให้ธนารู้จัก ก้อย เพื่อนสนิทของเพลินมาจากครอบครัวที่ถูกเข้มงวดจาก แม่สีดา มาก สีดาจะคอยคอยกดดันก้อยเนื่องจากไม่พอใจที่สามีนอกใจตัวเอง ทำให้ก้อยกลายเป็นเด็กเก็บกด แต่โชคดีที่มีพลคอยให้กำลังใจมาโดยตลอด รายา ลูกสาว คุณหญิงอารยา สปอนเซอร์ใหญ่ของโรงเรียน ทำให้รายากลายเป็นเด็กที่เอาแต่ใจตัวเอง โดยมี มิ๊ง คอยเป็นลูกไล่คอยสนับสนุนให้รายาเสียนิสัย หนึ่ง เด็กชายที่ใจแอบเป็นหญิง ซึ่งมีแม่เป็นเมียน้อย แม่หนึ่งพยายามเปลี่ยนแปลงให้ลูกชายกลับมาเป็นผู้ชายเต็มตัว

    ทั้งหมดเป็นนักเรียนในชั้นเรียนของ อาจารย์พัดชา ที่เข้าใจชีวิตของเด็กวัยรุ่นและคอยให้คำปรึกษา โดยมี อาจารย์เพชร เป็นอาจารย์ฝ่ายปกครองที่คอยเข้มงวดเรื่องกฏระเบียบวินัยกับเด็กนักเรียน ทำให้โดนเด็กๆ แกล้งอยู่บ่อยๆ “ซอย3 สยามสแควร์” เป็นละครที่สะท้อนภาพสังคมในปัจจุบัน ซึ่งจะนำเสนอเรื่องราวชีวิตของกลุ่มวัยรุ่นที่ท่านสามารถจับต้องได้ในชีวิตจริง เริ่มความสนุกตอนแรกวันศุกร์ที่ 6 มกราคมนี้ เวลา 18.45 น. ทางช่อง 3


    รายชื่อนักแสดง

    ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม รับบท ศิระ
    วนิดา เติมธนาภรณ์ รับบท เพลิน
    เปรมินทร์ วงษ์เบี้ยสัจจ์ รับบท พล
    จีระนันท์ กิจประสาน รับบท ก้อย
    ไพลิน พิจิตรอำพล รับบท รายา
    ยุคลธร พินิจ รับบท มิ้ง
    วงษ์เทพ คุณารัตนวัฒน์ รับบท หนึ่ง
    จักรกฤษณ์ อำมรัตน์ รับบท ธนา
    ปนัดดา วงศ์ผู้ดี รับบท วิภา
    พรนภา เทพทินกร รับบท พร
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    เพื่อนแซบ4*420 July 2007
    เพื่อนแซบ 4x4
    แนวละคร ดอมเมดี้
    บทโทรทัศน์ ปณธี ศุภศักดิ์สุทัศน์, อภิวัฒน์ เล่าสกุล
    กำกับการแสดง เชาวริต พงศ์ไชยยง
    ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. ทางโมเดิร์นไนน์


    เรื่องย่อ

    วันเปิดเทอมวันแรกของการใช้ชีวิตอิสระเป็นครั้งแรกทำให้ เบย์ ชายหนุ่มสุดหล่อ ฟอร์มจัด แต่นิสัยดี ออกอาการตื่นเต้นเป็นอย่างมาก เมื่อเขาก้าวเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัยสยามรัฐด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม และหวังเอาไว้ว่าในชีวิตนี้คงจะทำให้เขาเรียนรู้ที่จะเลือกหนทางเดินต่อไปในอนาคตได้ เพียงก้าวแรกที่เบย์ได้ก้าวเข้ามาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เมื่อเสน่ห์ของเขาดันเข้าตาสาวๆ ในมหาวิทยาลัยเข้าอย่างจัง มันยิ่งทำให้เขาต้องสลัดความเป็นไอ้หนุ่มบ้านนอกเอาไว้เบื้องหลัง แล้วปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ใหม่ให้ดูเป็นหนุ่มเมืองกรุง

    แต่การณ์กลับไม่เป็นดังนั้น...ขณะที่เบย์กำลังถูกสาวๆ รุมล้อม เสียงภูตผีตนใดก็มิทราบมาปลุกความเป็นไอ้หนุ่มบ้านนอกของเขาให้กลับคืนมา “ไอ้เบื๊อก” สิ้นเสียงเบย์ถึงกลับขนลุกซู่ไปทั้งตัว ใครกันนะบังอาจมาเรียกชื่อเล่นสมัยประถมของเขา “ไอ้เบื๊อก” ชื่อที่เขาเกลียดแสนเกลียดและเก็บมันไว้ในส่วนมืดสุดของสมอง แล้วเจ้าของเสียงนั้นก็เข้ามาตบหัวเขาอย่างจัง ทันทีที่เบย์หันไปก็ถึงกับอึ้ง.เพราะเจ้าของเสียงนั้นคือเพื่อนสมัยประถมของเขานั่นเอง ตั้งโอ๋ สาวน้อยหน้าตาน่ารัก นิสัยตรงไปตรงมาและปากดี ตั้งโอ๋ดีใจมากที่ได้เจอเบย์เพื่อร่วมถิ่นบ้านเกิด เปล่งภาษาถิ่นออกมาอย่างคล่องปาก

    แต่เบย์กลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เขาทั้งโกรธทั้งอายและรำคาญตั้งโอ๋ ที่นอกจากจะบอกชื่อเล่นที่แสนจะตลกของเค้าแล้ว ยังบอกถึงฉายาไอ้บักดำบักโกรกที่สะท้อนให้เห็นว่าตอนเด็กๆ เบย์เป็นยังไงอีกต่างหาก และมันก็จะทำให้สาวๆ ที่กำลังรุมล้อมเขาถึงกับขำคิกออกมาอย่างหยุดไม่ได้ เบย์รีบแก้สถานการณ์ทำเป็นว่าไม่รู้จักกับตั้งโอ๋ และเพราะสายตาที่เย็นชาของเขาทำให้ตั้งโอ๋ถึงกับหน้าแตกและอึ้งไปเลย วันแรกของการเปิดภาคเรียนของเบย์เหมือนฝันร้ายที่เขาอยากจบเร็วๆ เพราะต้องมาเจอกับยายตั้งโอ๋จอมแสบ แต่ยิ่งเขาต้องการให้เวลาผ่านไปมากเท่าไหร่ เวลาก็กลับยิ่งเดินช้าลงเท่านั้น

    และเมื่อถึงเวลารับน้องรวมทุกคณะ เบย์ได้มาอยู่กลุ่มเดียวกับ โอม หนุ่มสุดหล่อเนี๊ยบแต่ฉลาดแกมโกง ชัช หนุ่มจากนาฎศิลป์ ผู้มีท่าทางกระตุ้งกระติ้งแต่แมนโครตๆ มุ้ง หนุ่มหน้าสิว หน้าหม้อ และปากหมา หนุ่มทั้งสี่ต้องมาจับกลุ่มรวมกับสาวอีกสี่คนนั่นก็คือ แพนด้า สาวซื่อสุดสวย รวยน้ำใจ รวยทรัพย์และจริงใจ พีร์ สาวหน้าหวานออกห้าวแต่นิสัยดี ชะเอม สาวสวย รวยหยิ่ง แต่หลงตัวเอง และเพราะความไม่ถูกกันของเบย์กับตั้งโอ๋ ก็ทำให้ทั้งคู่แข่งกันเองจนนำความหายนะมาสู่กลุ่ม จนทำให้ทั้งกลุ่มของเขาและเธอถูกทำโทษ แต่มีเหรอสาวๆ พวกนี้จะยอม ทั้งสองฝ่ายจึงโทษกันไปโทษกันมาจนโดนรุ่นพี่ทำโทษ

    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ทั้งสองกลุ่มนี้เป็นไม้เบื่อไม้เมากันในที่สุด และคงยากที่จะหาทางมาบรรจบกันได้อีก แล้วคืนแรกของการอยู่หอก็มาถึง สมเกียรติ คือคนดูแลหอชายจอมขี้เล่น เอื้อมพร คือคนดูแลหอหญิงผู้รักษากฎเหล็กอย่างยิ่งชีพ สองคนนี้เป็นคู่กันกันมาตลอดยี่สิบปี แต่ความจริงแล้วทั้งคู่เคยเป็นอดีตคู่รักกัน แต่สาเหตุที่แตกคอกันนั้นไม่เคยมีใครล่วงรู้ เพราะเป็นความลับที่ทั้งคู่เก็บงำไม่บอกใคร อีกทั้งยังมี นุช แม่บ้านประจำหอที่ทำงานมากกว่ายี่สิบปีจอมจุ้นและขี้เม้าท์ ลุงยิ้ม เจ้าของร้านสะดวกซื้อผู้เจนโลก มีร้านตั้งอยู่ระหว่างหอหญิงกับหอชาย เบย์ได้อยู่ห้องเดียวกับโอม ซึ่งเป็นห้องที่ทัศนะวิสัยดีเยี่ยม

    เพราะพอมองออกไปนอกหน้าต่างก็จะเห็นวิวคือห้องสาวๆ ของฝ่ายหญิง ที่เต็มไปด้วยสาวๆ สวยๆ จากคณะนิเทศฯ และคณะอักษรฯและนี่คือเรื่องที่ดีที่สุดสำหรับบ์ที่ได้เจอมาในวันนี้ จนทำให้เขาลืมเรื่องยัยตั้งโอ๋ไปซะสนิท มิตรภาพของเพื่อนสองกลุ่มนี้จะลงเอยอย่างไร เมื่อเรื่องราวทำท่าจะบานปลายไปใหญ่โต แล้วไหนจะปัญหาอีกร้อยแปดพันเก้าที่พวกเขาและเธอจะต้องเผชิญ หนุ่มสาวทั้งแปดคนนี้ต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัว และค้นหาความหมายของการเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดี โปรดร่วมสนุกไปกับบรรดาเหล่าเด็กหอ ที่จะมาสอนให้วัยรุ่นได้รู้จักการใช้ชีวิต และจะมาย้อนอดีตให้กับวัยรุ่นได้สนุกสนานกันอีกครั้งในละคร “เพื่อนแซบ 4x4”


    รายชื่อนักแสดง

    อานัส สายทวี รับบท เบย์
    ศกลรัตน์ วรอุไร รับบท ตั้งโอ๋
    ธนพล แย้มพรายภิรมย์ รับบท โอม
    พิมพ์ศิริ เสรีวัตตนะ รับบท แพนด้า
    พิมพ์ชนก พลบูรณ์ รับบท พีร์
    ปัญญา หงษ์ทอง รับบท ชัช
    จิรวัฒน์ มานะบูลย์ รับบท มุ้ง
    ชาวดี เชอร์ม๊อค รับบท ชะเอม
    นุ้ย เชิญยิ้ม รับบท สมเกียรติ
    ศิริพร อยู่ยอด รับบท เอื้อมพร
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    ลูกเจ้าพ่อ20 July 2007

    Channel 7 :
    ลูกสาวเจ้าพ่อขอเป็นครู 2

    แนวละคร คอมเมดี้
    ออกอากาศทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.45 น. ทางช่อง 7





    เรื่องย่อ

    หลังจากที่ออกจากโรงเรียนเดิม ( ในภาคแรก ) ยามากุจิ คุมิโกะ ( ยังกุมิ ) ได้กลับมาทำงานเป็นครูอีกครั้งในโรงเรียนคุโระคิน โรงเรียนไฮโซที่มีปัญหาอยู่ที่นักเรียนกลุ่มแสบห้อง 3-D ที่เธอเป็นครูประจำชั้น 3-D หัวโจกของห้องคือ ยาบุกิ ฮายาโตะ เริ่มเรื่องด้วยการที่ ยามากุจิ ไปตาม โอดะกิริ ริว นักเรียนที่ไม่ยอมมาเรียนเลย ยามากุจิ ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ ริว ไว้ใจออกยอมมาเรียน แต่เรื่องไม่ง่ายแค่นั้นเพราะเมื่อ ริว ใจอ่อนยอมกลับมาเรียนแล้ว กลับไม่เป็นที่ต้อนรับของเพื่อนร่วมห้องเท่าไหร่ โดยเฉพาะ ฮายาโตะ จนทำให้ทั้งคู่วางหมัดใส่กันตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นหน้ากัน

    สาเหตุที่ทำให้ทั้ง 2 คนทะเลาะกัน ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเป็นเพื่อนรักกันมาก รวมทั้ง ทาเคดะ เคย์ตะ สามเหตุมาจากการที่ ฮายาโตะ เข้าใจผิดคิดว่า ริว เป็นคนใจเสาะกลัวเรื่องชกต่อย กลัวถูกไล่ออก ถึงขนาดไปก้มหัวขอโทษกลุ่มนักเรียนที่มีเรื่องกัน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยเมื่อ ทาเคดะ ทนไม่ได้ที่เพื่อนเข้าใจผิด ริว เพราะตัวเองเป็นคนที่กลัวการมีเรื่องเอง เมื่อ ฮายาโตะ รู้เรื่องทั้งหมดจึงไปหากลุ่มนักเรียนที่เคยมีเรื่องอยู่คนเดียว และก็ถูกรุมแต่ ริว ก็ตามมาช่วย พร้อมด้วยเพื่อนๆ และรวมทั้ง ยังกุมิ ด้วย ริว และฮายาโตะ ก็กลับมาเป็นเพื่อนรักกันอีกครั้ง แต่ก็ยังคงมีเรื่องกันบ่อยครั้งขึ้น

    จนพ่อของ ริว ที่เป็นตำรวจพา ริว กลับไป แต่ ยังกุมิ และเพื่อนๆ ก็พา ริว ออกมาจากบ้านได้ ริว ยอมก้มหัวขอร้องพ่อเพื่อที่จะให้ตนกลับเรียนพร้อมกับเพื่อนๆ ใกล้วันประกาศจบการศึกษาเข้ามา ยังกุมิ สั่งนักเรียนทุกคนว่าพยายามอย่ามีเรื่อง แต่จนแล้วจนรอดก็มีเรื่องอีกจนได้ ต้นตอของเรื่องคือ คุโด้ นักเรียนที่ถูกไล่ออกไป แต่ครั้งนี้ไม่มีใครยอมลงมือยอมให้พวกของ คุโด้ รุม แต่ด้วยความรักเพื่อนของนักเรียนทั้งห้องจึงยกกันมาช่วยพวก ฮายาโตะ และริว ที่ถูกยำใหญ่ ยังกุมิ ก็ออกโรงบู้ตามเคย การมีเรื่องครั้งนี้ทำให้อธิการโมโหมากจึงสั่งไล่ออกยกห้อง

    แต่ ยังกุมิ ยอมรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดด้วยการลาออกคนเดียวเพื่อให้นักเรียนห้อง 3-D ได้จบการศึกษา แต่ก็ทำให้นักเรียนทั้งห้องประท้วงด้วยการไม่ไปเข้าพิธีจบการศึกษา แต่ไปรวมตัวกันที่ห้องเรียน เรื่องร้อนถึง ซาวาตาริ โกโร่ ที่โทรไปตาม ยังกุมิ ยังกุมิพูดกับนักเรียนห้อง 3-D จนทุกคนยอมไปร่วมพิธี ฮายาโตะ เดินนำหน้านักเรียนห้อง 3-D เข้ามาในหอประชุมและเป็นตัวแทนขึ้นไปรับใบประกาศการจบการศึกษา ครูซาวาตาริ ให้ ยังกุมิ ขึ้นกล่าวบนเวที เมื่อกล่าวจบจินใส่ให้ทั้งห้องลุกขึ้นกล่าวขอบคุณ ยังกุมิ และหันไปขอบคุณทุกคนที่นั่งอยู่ในหอประชุม เมื่อพิธีจบลงนักเรียนต่างแยกย้ายไป รวมถึง ยามากุจิ ที่ย้ายโรงเรียนอีกครั้ง


    รายชื่อนักแสดง

    นากาม่า ยูกิเอะ รับบท ยามากุจิ คุมิโกะ ( ยังกุมิ )
    คาเมนาชิ คาซึยะ รับบท โอดะกิริ ริว
    อาคานิชิ จิน รับบท ยาบุกิ ฮายาโตะ
    ฮายามิ โมโคมิจิ รับบท ซึจิยะ ฮาการุ
    โคอิเคะ เทปเป รับบท ทาเคดะ เคย์ตะ
    โคอิดะ เคสุเกะ รับบท โคสุเกะ
    นามาเสะ คาซึฮิสะ รับบท ซาวาตาริ โกโร่ ( หัวหน้าครู )
    ทานิฮารุ โชซึเกะ รับบท คุโจ ทาคุมะ

    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    รักวุ่นวายกับเจ้าชายส้มหล่น20 July 2007
    รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น ( Prince Hours )
    แนวละคร ดราม่า-คอมเมดี้
    ออกอากาศทุกวัน เสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.45 น. ทางช่อง 7 ( เริ่มออกอากาศวันที่ 17 มิ.ย. นี้ )


    เรื่องย่อ

    คังฮู เติบโตขึ้นมาในฐานะเด็กหนุ่มธรรมดา มีเพื่อนมากมาย ทำงานเป็นเด็กส่งบะหมี่ และมี โจซังกิ คอยดูแลแทนพ่อแม่ของเขา โจซังกิ รู้ฐานะแท้แจริงของ คังฮู ตลอดมา วันหนึ่งขณะที่ คังฮู เพลิดเพลินกับชีวิตเสรีของโลกภายนอก จู่ๆ เขาก็ถูกพาเข้าวังพร้อมรับรู้อีกฐานะหนึ่งจากป้าและอาว่า เขาคือองค์ชายคนหนึ่งที่ ราชินีโยวัง ลูกพี่ลูกน้องของเขาต้องการรักษาฐานอำนาจ และคงไว้ซึ่งระบบราชวงศ์จึงพา คังฮู เข้าวังแล้วพยายามผลักดันให้เขาเป็นองค์ชายอย่างถูกต้อง ตลอดจนได้รับการรับรองฐานะจากบรรดารัฐสภา ขณะที่ คังฮู เป็นแค่เด็กชาวบ้านยังขาดคุณสมบัติการเป็นองค์ชายอยู่มาก

    รัฐสภาก็มี ลีจุน ที่ทุกคนมองว่าเขามีแนวโน้มสูงจะได้เป็นรัชทายาทหาก คังฮู ไม่มาปรากฏตัวเสียก่อน ชินเชรยอง บุตรสาวรัฐมนตรีระดับสูง เดิมทีผู้ใหญ่หมายหมั้นให้เธอแต่งงานกับ ลีจุน เพราะเขาเหมาะสมกับเธอที่สุด แต่พอ คังฮู ปรากฏตัว ชินเชรยอง เริ่มลังเลเธอต้องการได้เลือกคนที่ดีและเหมาะสมกับเธอที่สุด ดังนั้นการระหว่างองค์ชายสองคน คือ ยองซังกง ( คังฮู ) และ มุนซังกง ( ลีจุน ) เธอจึงไม่ปักใจเลือกใคร เธอมักสานสายใยหว่านเสน่ห์และเป็นมิตรกับ คังฮู แต่เธอก็หวังในตัว ลีจุน เพื่อให้เกิดการรับรองฐานะ คังฮู ราชินีโยวัง จำเป็นต้องแลกเปลี่ยนความช่วยเหลือกับพ่อของ ลีจุน

    ด้วยการให้เขาช่วยอยู่ข้างเธอเพื่อให้คณะรัฐสภายอมรับรองฐานะองค์ชายแก่ คังฮู ซึ่งข้อแลกเปลี่ยนนั้นคือการรับ ลีจุน เข้าวังด้วย แล้วให้สององค์ชายได้แสดงความสามารถแข่งขันกันว่าใครเหมาะสมจะเป็นองค์ชายรัชทายาทในท้ายที่สุด โดย ราชินีโยวัง มั่นใจว่ารัชทายาทที่เหมาะสมคือ คังฮู แม้เขาจะเติบโตนอกวังใช้ชีวิตอย่างสามัญชนก็ตาม การได้เข้าวังของ คังฮู ทำให้เขาได้พบกับ ยางซุนยี อีกครั้ง เวลานั้นเธอทำงานเป็นนางกำนัลฝึกหัด พวกเขาเคยเป็นเพื่อนเรียนประถมด้วยกัน โดยที่ ยางซุนยี แอบหลงรัก คังฮู อยู่เงียบๆ ด้วยสายสัมพันธ์ของพวกเขา และความที่ได้ใช้ชีวิตเยี่ยงคนธรรมดาเหมือนกันมาก่อน พวกเขาจึงเข้าใจกันและกัน

    แอบห่วงใยกันอยู่ลึกๆ ยางซุนยี เคยช่วยเหลือ คังฮู หนีออกจากวังจนเกิดเรื่องวุ่นวายจึงถูกลงโทษ แต่ คังฮู ก็ขอร้อง ฮวางแทฮู ป้าของเขาให้ช่วยเหลือเธอ พร้อมให้เธอได้เลื่อนตำแหน่งเป็นนางกำนัลเต็มตัว โดยมีหน้าที่รับใช้สององค์ชายที่เข้ามาอยู่ในวังเดียวกันในเวลาต่อมา ชินเชรยอง รู้สึกแปลกใจที่เห็น คังฮู คอยช่วยเหลือ ยางซุนยี ตลอด ขณะที่ ลีจุน ก็แอบประทับใจในความน่ารักของ ยางซุนยี เหมือนกัน พร้อมกับรู้สึกว่าความรักระหว่างเขากับ ชินเชรยอง เป็นเรื่องจอมปลอม ปราศจากความจริงใจ ยิ่งเขามองเห็น ยางซุนยี แอบลอบมองด้วยความห่วงใยเพราะแอบรัก คังฮู มากเพียงไร ลีจุน เหมือนจะแอบซ่อนความอิจฉาไว้ลึกๆ

    ชินเชรยอง ก็เช่นกัน ยิ่ง ลีจุน แน่ใจว่าไม่ได้รักเธอเขาไม่ต้องการการหมั้นหมายตามที่ผู้ใหญ่จัดการให้ และตีตัวออกห่าง ชินเชรยอง เพียงไรเธอยิ่งไม่ชอบหน้า ยางซุนยี เพียงนั้น โดยเฉพาะเมื่อมองออกว่าสององค์ชายต่างพากันหลงรัก ยางซุนยี คังฮู ใช้ชีวิตในฐานะองค์ชายอย่างลำบาก ยิ่ง ฮันซังกุง ผู้เคร่งครัดถูกส่งมาเป็นผู้ดูแลอบรม ยองซังกง ( คังฮู ) ด้วยแล้ว คังฮู จึงแทบนอกลู่นอกทางไม่ได้ ขณะเดียวกันเขาก็ได้รับแรงกดดันจากการดูถูกของผู้คนที่ไม่อาจยอมรับเขาในฐานะองค์ชายได้ แต่ด้วยเป็นคนมีน้ำใจ คังฮู จึงมีเพื่อนๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตลอดจนวันหนึ่งเขาได้เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง ราชินีโยวัง จากการลอบทำร้ายไว้ได้

    คะแนนนิยมของ คังฮู จึงเพิ่มมากขึ้น การลอบทำร้ายราชินีทำให้ ลีจุน สงสัยพ่อของเขา เพราะเขาเชื่อว่าการโค่นล้มราชินีพ่อเขาต้องเกี่ยวข้องเรื่องนั้นไม่เบื้องหน้าก็เบื้องหลัง เขาจึงเอ่ยปากบอกพ่อว่าเขาต้องการแข่งกับ คังฮู เพื่อตำแหน่งรัชทายาทอย่างยุติธรรม แม้ลึกๆ แล้ว ลีจุน จะเป็นองค์ชายผู้เงียบขรึม ซ่อนความโดดเดี่ยวไว้เร้นลึก กลับหลงใหลในดนตรี ทว่าเขาก็ยอมก้าวเดินไปสู่เส้นทางองค์ชายตามที่พ่อของเขาปูทางโดยไม่โต้แย้ง แม่ของ ลีจุน รู้ว่า ยางซุนยี คือคนที่ทำให้ ลีจุน เปลี่ยนใจจาก ชินเชรยอง จึงหาทางกำจัดเธอออกจากวัง ด้วยการใส่ร้ายว่าเธอขโมยแหวนซึ่งเป็นแหวนสำคัญของราชวงศ์ที่มีเพียงสามวงเท่านั้น

    ทำให้เธอถูกสอบสวนและถูกพักงาน แต่ คังฮู ยอมเสียสละแหวนของตนให้ ลีจุน ใช้เพื่อล้างมลทินให้ ยางซุนยี โดยไม่สนใจว่าการสูญเสียแหวนนั้นไปอาจทำให้ คังฮู พลาดโอกาสได้เป็นรัชทายาท การกล้าไม่แยแสต่อตำแหน่งนั้นเพื่อช่วยหญิงที่ตนรัก และเพื่อมอบความยุติธรรมให้ ยางซุนยี ของ คังฮู ทำให้ ลีจุน รู้สึกชื่นชมเพราะเขาไม่อาจทำได้เพียงนั้น ยางซุนยี เข้าใจว่า ลีจุน เป็นคนช่วยเหลือเธอไว้ แต่ ลีจุน ไม่ต้องการให้เหตุการณ์นั้นทำให้เขาได้ใจเธอมาจึงบอกความจริงกับ ยางซุนยี เพราะได้เข้าวัง คังฮู จึงรับรู้เรื่องราวของแม่มากขึ้น รู้ว่ามีบางปมทำให้แม่ต้องออกจากวังพร้อมมลทิน

    เขาพยายามค้นหาความจริงแต่เกินความสามารถองค์ชายไร้อำนาจจะทำได้ หนทางเดียวที่สามารถคลี่คลายความจริงให้แก่แม่เขาได้คือ คังฮู ต้องได้เป็นองค์ชายรัชทายาท เขาจึงปรับเปลี่ยนตัวเองจากองค์ชายร่าเริงขี้เล่น เป็นองค์ชายผู้จริงจังใฝ่เรียนรู้ แล้วแข่งขันกับ ลีจุน อย่างเป็นทางการตามวิธีการที่ ราชินีโยวัง ได้ประกาศแก่คณะรัฐสภาทราบ การแข่งขันเพื่อทดสอบองค์ชายเริ่มต้นด้วยการแข่งด้านศิลปะ ครอบครัว ลีจุน แอบให้ความช่วยเหลือ ลีจุน อยู่เงียบๆ ขณะที่ครอบครัว ชินเชรยอง เริ่มเห็นความสามารถที่ซ่อนเร้นในตัว ยองซังกง ( คังฮู ) แม้ มุนซังกง ( ลีจุน ) จะปฏิเสธการแต่งงานกับ ชินเชรยอง

    แต่ครอบครัวเธอก็ยังมีองค์ชายอีกคนที่เหมือนจะเป็นคลื่นใต้น้ำ แม้การแข่งขันครั้งนี้ คังฮู จะชนะแต่เขาก็ต้องตกที่นั่งลำบาก เมื่อราชนิต้องการแหวนของแม่วงนั้น ดังนั้น ยางซุนยี จึงแลกเปลี่ยนเงื่อนไขกับแม่ ลีจุน เพื่อให้ได้แหวนคืน โดยการที่เธอยอมย้ายออกไปนอกวังเพื่อจะได้ห่างจาก ลีจุน การแข่งขันรอบสองเกี่ยวกับศิลปะการป้องกันตัว คังฮู พยายามฝึกฝนอย่างหนัก เพราะเขายังตามหลัง ลีจุน อยู่มากกระทั่งได้รับบาดเจ็บ แต่วันแข่งขัน ลีจุน ก็เสียสมาธิเมื่อเขาได้พบ ยางซุนยี เปิดเผยความในใจกับเธอ แต่เธอยังคงปฏิเสธเขาเหมือนเดิมเพราะ คังฮู มีแนวโน้มจะชนะพ่อของ ลีจุน จึงแอบให้ ชินเชรยอน ทำให้ คังฮู พลาดอย่างลับๆ

    การแข่งขันรอบนี้ คังฮู จึงแพ้ ราชินีโยวัง ได้รับความช่วยเหลือจากนางกำนัลเล็กๆ อย่าง ยางซุนยี เธอจึงเห็นในความทุ่มเทและภักดีต่อราชวงศ์ จึงคิดฝึกฝนเธอเป็นข้าหลวง เธอจึงได้ทำความฝันสำเร็จด้วยการกลับไปโซลแล้วได้เข้าเรียนในสถานศึกษาของราชวงศ์กับสององค์ชาย ราชินีโยวัง มีภาระกิจไปต่างประเทศจึงมอบหมายการทดสอบที่สามไว้ให้สององค์ชายคือ พวกเขาต้องเป็นผู้สำเร็จราชการระหว่างราชินีไม่อยู่ ระหว่างนั้น คังฮู แอบเข้าห้องเก็บบันทึกราชวงศ์เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับแม่ที่ต้องออกจากวัง ทำให้เขาพบว่าเกี่ยวข้องกับ ฮวางแทฮู ผู้เป็นป้าที่ตัดสินให้แม่เขาออกจากวัง คังฮู จึงสับสนว่าความจริงคืออะไร เขาวางใจใครได้บ้าง

    ครั้นพอมีคนที่มีหลักฐานจะให้แกะรอยก็ถูกพ่อของ ลีจุน ส่งคนไปกำจัดอีก การสะสางคดีให้แม่จึงไม่สำเร็จ เมื่อ ฮวางแทฮู รู้ว่า คังฮู แอบอ่านบันทึกจึงปลดเขาออกจากการเป็นผู้สำเร็จราชการ คังฮู เสียใจจึงออกจากวังไปสุสานของแม่ ยางซุนยี รู้ข่าวจึงตามเขาไปที่นั่นแล้วสองคนจึงเปิดเผยความในใจต่อกัน พ่อลีจุน สั่งให้ ลีจุน ไม่บอกใครเรื่องก่อนออกจากวัง คังฮู ได้มาขออนุญาต ลีจุน ในฐานะผู้สำเร็จราชการเพื่อ คังฮู จะได้มีความผิด เมื่อราชินีกลับมา คังฮู ถูกตำหนิ แต่ระหว่างปฏิบัติภาระกิจแทนราชินีทั้งสององค์ชายทำได้ดีไม่แพ้กัน ภาระกิจดังกล่าวพวกเขาจึงได้คะแนนเสมอกัน

    ราชินีมีคนรักเก่าที่พวกเขารักกันมาแต่ครั้งราชินีเรียนเมืองนอก พ่อลีจุน รู้ความลับนี้จึงพยายามหาหลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์เพื่อโค่นอำนาจราชินี อีกทั้งนางข้าหลวงผู้ซื่อสัตว์ยังถูกใส่ร้ายว่าขโมยจดหมายจากห้องราชินี แม้ราชินีและ คังฮู จะเชื่อว่านางข้าหลวงดังกล่าวบริสุทธิ์ เพราะเธอคือคนที่รู้ความลับเรื่องความรักของราชินีแล้วช่วยรักษาความลับนั้นไว้หลายต่อหลายครั้ง รวมทั้งเธอยังเคยปกป้อง คังฮู จากความผิดพลาดเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์เหมือนกัน ภาระกิจต่อมาที่สององค์ชายต้องทำคือ สอบสวนนางกำนัลแล้วลงโทษนางข้าหลวง ลีจุน หาหลักฐานจนพบว่าครอบครัวเขาเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวทำให้เขาอึดอัด

    ขณะที่ คังฮู เดินหน้าเพื่อช่วยนางข้าหลวงให้ได้รับความยุติธรรม โดยเอาตำแหน่งรัชทายาทเป็นเดิมพัน หากเขาหาความจริงไม่ได้เขายอมสละสิทธิจากการแข่งขันนั้น ทำให้ ลีจุน แอบทึ่งในสิ่งที่ คังฮู ทำอยู่เงียบๆ เพราะความช่วยเหลือจากเพื่อน ยางซุนยี และชินแชยอง คังฮู จึงหาตัวคนผิดได้ เวลานั้น คังฮู ได้เข้าใจว่าเหตุการณ์ที่เกิดกับนางข้าหลวงก็ไม่ต่างจากที่เกิดกับแม่ของเขาคือ ต้องยอมรับความผิดนั้นไว้กับตัวเพื่อจะปกป้องใครบางคนไว้เช่นกัน คราวนี้นางข้าหลวงไม่อาจปริปากพูดอะไรได้ก็ต้องยอมรับผิดเพื่อปกป้องราชินี เส้นทางสู่การเป็นรัชทายาทเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ ลีจุน ยอมให้ครอบครัวชักจูงเข้าสู่การเป็นรัชทายาท

    โดยเขาแสร้งซ่อนความฝันที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เขาต้องการไว้ เพียงเพราะเขาคือ องค์ชายลีจุน ผู้ที่ไม่เคยขัดใจพ่อ ชินแชยอง มีเป้าหมายคือการเป็นราชินี เธอมีพ่อที่มีฐานะสูงทางการเมืองคอยหนุนหลัง คราวแรกเธอเหมือนจะลังเลระหว่างสององค์ชาย แต่ครั้นได้รู้จัก คังฮู มากขึ้นเธอกลับได้รับรู้ชีวิตที่เปี่ยมด้วยน้ำใจของเขา คังฮู เหมือนได้เติมเต็มชีวิตที่เงียบเหงาและซ่อนปมว้าเหว่เรื่องแม่ของ ชินเชรยอง ให้อบอุ่น เธอจึงหลงรัก คังฮู แล้วคอยช่วยเหลือเขาเพื่อจะให้ได้อยู่เคียงข้างเขาเพราะเชื่อว่าในฐานะองค์ชายเขาต้องพึ่งพาเธอ ยางซุนยี แม้จะก้าวผ่านนางกำนัลตัวเล็กๆ ไปเป็นนักเรียนข้าหลวงที่มีราชินีให้ทุนการศึกษา

    แต่ความรักของเธอดูจะไม่เหมาะสมกับองค์ชาย แม้เธอและ คังฮู จะแอบชอบกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก แล้วความรู้สึกนั้นได้รับการสานต่อสายใยอีกครั้งเมื่อพวกเขาสองคนได้พบกันในรั้ววัง แต่เรื่องไม่ง่ายเมื่อ ชินเชรยอง คือผู้หญิงที่ ฮวางแทฮู หมายตาไว้ให้ ยองซังกง ( คังฮู ) องค์ชายคังฮู จะสามารถชนะการแข่งกันอย่างเข้มข้นกับ องค์ชายลีจุน เพื่อก้าวสู่บัลลังก์ได้หรือมั้ย ความรักและชนชั้นอันแตกต่างระหว่างองค์ชายและนางข้าหลวงจะดำเนินไปทิศทางใด ร่วมเปิดรั้ววังก้าวผ่านประตูหัวใจของพวกเขาเพื่อพบคำตอบใน "รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น ( Goong S )"


    รายชื่อนักแสดง

    เซเว่น-ชอยดองวุค รับบท คังฮู ( ยองซังกง )
    ฮออึนแจ รับบท ยางซุนยี
    คังดู รับบท ลีจุน ( มุนซังกง )
    ปาร์คชินเฮ รับบท ชินเชรยอง
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    ลีจุนกิ20 July 2007
    ลีจุนกิ พระเอกหน้าสวย



    บรรดาแฟนๆ ละครเกาหลีได้คึกคักกันอีกครั้ง เมื่อกองถ่ายละครเรื่อง "The Hour of Dog and Wolf" ได้เดินทางมาปักหลักถ่ายทำเรื่องนี้กันที่เมืองไทยนานถึง 1 เดือน โดยหอบหิ้วหนุ่มหล่อ "ลีจุนกิ" ที่คนไทยคุ้นหน้ากันดีจากภาพยนตร์เรื่อง "The King and The Clown ( กบฏรักจอมแผ่นดิน )" และละคร "My Girl ( รักหมดใจยัยกะล่อน )" มาด้วย

    "ลีจุนกิ" ถือเป็นนักแสดงดาวรุ่งที่มีใบหน้าสวยงามอย่างมาก เกิดที่เมืองบูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 17 เมษายน ปี 2525 ( ปัจจุบันอายุ 25 ปี ) ส่วนสูง 178 เซนติเมตร น้ำหนัก 66 กิโลกรัม การศึกษามหาวิทยาลัยศิลปะกรุงโซล เอกวิชาการแสดง ผลงานชิ้นแรกคือการเดินแบบโฆษณาในงาน "So Basic" เมื่อปี 2544 กว่าจะโด่งดังขนาดนี้ได้ "ลีจุนกิ" ต้องฟันฝ่าอุปสรรคมาสารพัด

    "ลีจุนกิ" เริ่มรู้ตัวตั้งแต่เด็กๆ แล้วว่าอยากเป็นนักแสดง แต่ติดตรงที่ครอบครัวไม่สนับสนุน เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ไม่สามารถจุนเจือครอบครัวได้จริง ถึงแม้มีการยื่นคำขาดตัดความสัมพันธ์ แต่หนุ่ม "ลีจุนกิ" เลือกที่จะเดินตามหาความฝันของตัวเองอย่างมุ่งมั่น เขาออกจากบ้านหลังจากทะเลาะกับพ่ออย่างรุนแรง โดยมีเงินติดตัวเพียง 3 แสนวอนเท่านั้น ( ประมาณ 11,500 บาท ) ซึ่งเป็นค่าจ้างที่ได้จากการทำงานในร้านอาหารของป้า หลังจากนั้นชีวิตของลีจุนกิตกต่ำสุดๆ ทุกมื้อต้องกินข้าวกับกิมจิ



    การไม่มีเงินทำให้เครียดอย่างหนักส่งผลให้ "ลีจุนกิ" เริ่มติดบุหรี่ ต้องไปหาก้นบุหรี่ตามสวนสาธารณะมาสูบ "ลีจุนกิ" ต้องทำงานหนักไม่ว่างานเสิร์ฟในร้านอาหาร ในบาร์ เป็นพนักงานทำความสะอาดในโรงครัว รวมทั้งเด็กปั๊ม ในที่สุดความฝันเป็นจริงเมื่อ "ลีจุนกิ" ได้รับเลือกให้แสดงเป็นตัวประกอบเล็กๆ ในภาพยนตร์ "Hotel Venus" จนเรื่องที่สอง "Flying Boys" ซึ่งมีบทบาทเด่นมากขึ้น ทำให้ชื่อของ "ลีจุนกิ" ได้รับความสนใจมากขึ้น

    หลังจากนั้นพระเอกหน้าสวยเริ่มมีผลงานแสดงเข้ามามากขึ้นจนดังเปรี้ยงปร้างขนาดที่เจ้าตัวยังตกใจ จากพระรองหน้าหวานเรื่อง "My Girl" ได้ผลักดันตัวเองในบทนำเรื่อง "The King and The Clown" ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น "Brokeback Mountain" ฉบับเกาหลี เนื่องจากเนื้อหาของเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ความโด่งดังทำให้ "ลีจุนกิ" เซ็นสัญญาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าชั้นนำอย่าง จิออร์ดาโน และแอลจี

    ต่อมามีผลงานอีกหลายชิ้น อาทิ ภาพยนตร์เรื่อง "Fly daddy Fly" และเรื่อง "Virgin Snow" จนได้รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมและยอดนิยมของเกาหลี ด้านพระเอกหนุ่ม "ลีจุนกิ" ได้เปิดใจว่าเขามาเมืองไทยครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ได้ยินมานานแล้วว่าคนไทยใจดี รู้สึกสบายใจที่จะได้มาถ่ายทำในประเทศที่คนใจดี เชื่อว่าทิวทัศน์และอะไรต่างๆ ในเมืองไทย จะเพิ่มสีสันให้กับละครได้เป็นอย่างดี



    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    เรื่อง ลีวาน20 July 2007
    ลีวาน

    “ลีวาน”
    หนุ่มน้อยหน้ามน เรื่องของความหล่อไม่แพ้นักแสดงหนุ่มๆ คนอื่นๆ แถมตอนนี้กำลังมีผลงานการแสดงละครซีรี่ส์ที่ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 เรื่อง “ฝากรักไว้ที่ปลายฟ้า ( Stairway To Heaven )” และหนุ่มคนนี้ยังเป็นน้องชายแท้ๆ ของนักแสดงสาวชื่อดัง “คิมแตฮี” และล่าสุดเขาขอสลัดภาพชายหนุ่มซึมเศร้า เหงาหงอย มาเป็นหนุ่มบุคลิกง่ายๆ สบายๆ ในละครซีรี่ส์เรื่องใหม่ “Let’s Go To The Beach” ในเรื่องนี้เขารับบทเป็น “จางเทปุง” ลูกชายนอกสมรสของเจ้าของโรงแรมใหญ่แห่งหนึ่ง



    พูดถึงบท “จางเทปุง” ?
  • เขาเป็นคนที่มีความกล้ามาก จนเกือบล้นออกมา แล้วก็เป็นคนที่ดื้อรั้นที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้เลยทีเดียว ประมาณว่าเป็นคนทำอะไรไม่ค่อยจะคิดหน้าคิดหลังได้เลยนะ

    บอกว่าบุคลิกของตัวละครตัวนี้คล้ายคลึงกับตัวเองมาก?
  • ใช่ครับ แล้วก็ไม่ค่อยจะรู้เรื่องรู้ราวอะไร ซึ่งมีส่วนคล้ายคลึงกับผมมาก ทำอะไรก็ไม่นึกถึงผลลัพธ์ นึกอยากทำอะไรก็ทำ บทพูดของจางเทปุงกับคำพูดที่ผมพูดกับเพื่อนๆ ตามปกตินั้นก็เหมือนกันอีก

    อ่านบทครั้งแรกแล้วเป็นยังไงบ้าง?
  • ตอนที่ผมอ่านบทเรื่องนี้ครั้งแรก ผมหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง เขาไม่ได้เป็นคนที่เลวร้ายอะไรนักหนาหรอกนะครับ

    ความจริงที่มารับบทนี้เพราะต้องการลบภาพเดิมๆ ?
  • นั่นสิครับ ผมก็ไม่เคยรู้ว่าผมได้ภาพนั้นมาตั้งแต่ตอนไหน ผมเลยตัดสินใจที่จะรับบทนี้ครับ

    ได้กลับไปว่ายน้ำอีกครั้ง?
  • ครับ ผมยังได้เรียนดำน้ำด้วย สนุกมากๆ แต่ว่าฉากว่ายน้ำในละครเรื่องนี้มีอยู่เยอะมาก

    อย่างนี้สาวๆ ได้เห็นกล้ามล่ำๆ ของคุณด้วยน่ะสิ?
  • ผมต้องถอดเสื้อโชว์ร่างกายท่อนบนหลายครั้ง ผมก็เลยรู้สึกกังวลอยู่เงียบๆ ในใจ ( ทำหน้าหดหู่ )

    ผลพลอยได้จากการเดินทางไปสวิตเซอร์แลนด์?
  • เป็นช่วงที่ผมได้ทานน้อยลง ทุกเย็นผมก็ต้องออกไปวิดพื้นหน้าบ้านไม่เคยขาด แต่เดิมผมเป็นประเภทที่มีกล้ามเนื้ออยู่แล้ว แต่เพราะว่าผมต้องใส่เสื้อกล้ามเข้าฉาก ซึ่งต้องเผยให้เห็นท่อนแขนแทบจะทุกครั้ง ผมก็เลยไปปรึกษากับพี่ๆ ดีไซเนอร์ว่ามันน่าจะมีอะไรสักอย่างมาช่วยเสริมบุคลิกของผม

    บทสรุปของอุปกรณ์เสริม?
  • ผมก็เลือกใส่ที่สวมข้อมือ เพื่อจะได้เน้นกล้ามเนื้อแขนให้เด่นขึ้น ผมเลยต้องเตรียมไว้หลายๆ สี ตามสีเสื้อผ้า

    คิดว่าแฟชั่นนี้จะอินเทรนด์ไหม?
  • ฮิตเลยก็ว่าได้

    น้ำหนักลดลงถึง 6 กิโลกรัม?
  • แต่ละวันต้องถ่ายทำแล้วก็วิ่งบนหาดทรายท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุตั้งแต่เช้าจรดค่ำ แถมยังต้องวิดพื้นอีก การฝึกฝนที่โหดแบบนี้เข้มงวดกว่าการฝึกในกองทัพเสียอีก วิธีนี้ได้ผลดีกว่าไปออกกำลังที่ฟิตเนสอีกนะ

    ถ้าวันนี้ไม่ได้เป็นนักแสดง ป่านนี้จะทำอะไรอยู่?
  • บางทีผมก็อาจจะเป็นนักกีฬาก็ได้นะ ถึงผมจะไม่ได้โด่ดเด่นอะไรมากนักด้านกีฬา แต่ว่าผมมีความสนใจกีฬาทุกประเภทเลยล่ะ

  • 0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    พิเรน120 July 2007
    เรน ร่วมแสดงในหนัง Speed Racer

    ในเวลานี้นักร้องเกาหลีที่มาแรงสุดๆ คงจะไม่มีใครเกินหนุ่ม "เรน-ชองจีฮุน" คนนี้ไปได้ โดยเร็วๆ นี้เขากำลังจะหมดสัญญากับบริษัทต้นสังกัด JYP และเกือบเป็นที่แน่นอนแล้วว่าเขาจะไม่ต่อสัญญา จะขอออกไปตั้งบริษัทเองโดยแว่วว่าจะให้คุณพ่อบริหารเองซะด้วย ซึ่งถึงไม่มีเอเจนซี่แต่เขาก็ไม่ขอหยุดอยู่กับที่ ทั้งนี้เพราะเขาตั้งใจว่าจะค่อยๆ เคลื่อนตัวบุกฮอลลีวู้ดไปเรื่อยๆ



    ทั้งนี้มีข่าวว่า "เรน" ตกลงใจแน่นอนแล้วว่า หนังเรื่องแรกของเขากับทางฮอลลีวู้ดคือเรื่อง "Speed Racer" ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นการรวมทีมงานแถวหน้าทั้งสิ้น โดยได้ "แอนดี้ วาโควิช" และ "ลารี่ วาโควิช" 2 พี่น้องผู้กำกับหนังไตรภาคเรื่องเยี่ยม "The Matrix" และยังมีเจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงออสการ์อย่าง "ซูซาน ซาแรนดอน" ร่วมแสดงด้วย

    ทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ได้กล่าวว่า "เรน" กับนักแสดงคนอื่นจะมาร่วมงานแถลงข่าวที่เบอร์ลินสิ้นเดือนนี้อย่างแน่นอน แต่ถึงตอนนี้บทที่ "เรน" จะแสดงนั้นยังไม่ได้กำหนดแน่ชัด หนังเรื่องนี้ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่นยุค 60 เรื่อง "Mach Go Go Go" กล่าวถึงเด็กหนุ่มนักแข่งรถอายุ 18 นามว่า "Speed" และการผจญภัยต่อสู้ของเขาในสนามแข่งขันกับรถคู่ใจ "Mach 5" ที่ออกแบบและถูกสร้างขึ้นมาโดยบิดาที่เป็นอดีตนักแข่งรถมากความสามารถ

    รถแข่งขันของเขาได้รับการติดตั้งอุปกรณ์พิเศษ 7 อย่างที่ทำให้มันวิ่งได้เร็วสูงในสภาวะภูมิประเทศต่างๆ พร้อมกับสามารถฝ่าเครื่องกีดขวางต่างๆ ได้ไม่ยากเย็น ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ "Speed" มักจะงัดออกมาใช้ก็ต่อเมื่อเจอกับเหล่าคู่แข่งจอมโกง โดยหนุ่ม "เรน" จะแสดงเป็นนักแข่งรถคนหนึ่งจากตะวันออก และยังได้ "ซูซาน ซาแรนดอน" ที่เคยแสดงเรื่อง "Thelma & Louise" จนได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีออสการ์มาแสดงในบทสำคัญ

    โดยกำหนดการถ่ายทำหนังจะไปถ่ายทำกันที่ Studio Bebelsberg ประเทศเยอรมันี ที่ในระยะหลังๆ หนังใหญ่หลายเรื่องของฮอลลีวู้ดชอบไปใช้บริการ อาทิ "The Bourne Ultimatum" ของค่าย Universal ส่วนกำหนดฉายหนังเรื่อง "Speed Racer" คาดว่าจะฉายในช่วงซัมเมอร์ปีหน้า


    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    พิเรน20 July 2007
    แฟนๆ เศร้า 'เรน' ประกาศยกเลิกคอนเสิร์ตในลอสแองเจลีส



    "เรน" ซูเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีใต้ ได้ยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ต ที่สแต็พเพิล เซ็นเตอร์ ในนครลอสแองเจลีส ของสหรัฐแล้ว ท่ามกลางความผิดหวังของบรรดาแฟน ๆ

    เรน ซูเปอร์สตาร์ชาวเกาหลีใต้ ได้ยกเลิกการแสดงคอนเสิร์ต ที่สแต็พเพิล เซ็นเตอร์ ในนครลอสแองเจลีส ของสหรัฐแล้ว ท่ามกลางความผิดหวังของบรรดาแฟน ๆ ที่เดินทางมาไกลจากฮ่องกง และญี่ปุ่น โดย วีทูบี ซึ่งเป็นบริษัทจัดการแสดงคอนเสิร์ตของเรน ในลอส แองเจลลีส ได้ประกาศในเว็บไซท์ว่า จำเป็นต้องยกเลิกคอนเสิร์ตของเรน เพราะติดปัญหาด้านการผลิตของการแสดงครั้งนี้

    หนังสือพิมพ์ "ลอส แองเจลีส ไทม์ส" รายงานว่า การแสดงคอนเสิร์ตของเรน วัย 25 ปี จำเป็นต้องใช้รถบรรทุก 28 คัน เพื่อบันทึกอุปกรณ์ประกอบเวที และทีมงานที่เกี่ยวข้องอีก 96 คน และการแสดงที่สแตพเพิลส์ เซ็นเตอร์ จะเป็นจุดสุดท้ายของคอนเสิร์ต " เรน'ส คัมมิ่ง " เวิร์ล ทัวร์ ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนธันวาคม โดยเริ่มที่กรุงโซล เกาหลีใต้ เป็นที่แรก รายงานระบุว่า การแสดงที่โฮโนลูลูซาน ฟรานซิสโก , แอตแลนต้า, นิวยอร์คและซาน โฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ถูกยกเลิกไปก่อนหน้านี้หลังจากมีประสบปัญหาด้านข้อกฎหมายแย่งลิขสิทธิ์การใช้ชื่อในการแสดงว่า เรน กับบริษัท เรนคอร์ป ในรัฐเนวาด้า

    ทั้งนี้ บัตรชมคอนเสิร์ต ที่กำหนดจะมีขึ้นในวันเสาร์ ได้จำหน่ายไปแล้วราว 80 เปอร์เซ็นต์ และแฟนๆบางคน ต้องเดินทางมาไกลจากเอเชีย เพื่อชมการแสดง ส่วนการคืนเงืนจะมีขึ้นตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    เจ้าชาย19 July 2007
    รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น ( Goong S / Prince Hours )




    คลิกชม...เรื่องย่อ "รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น" ที่นี่ค่ะ !!


    คลิกชม...MV ประกอบซีรีส์ "รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น" ที่นี่ค่ะ !!


    ดาวน์โหลดริงโทนเพราะๆ จากซีรีส์ "รักวุ่นวายของเจ้าชายส้มหล่น" ที่นี่ค่ะ !!


    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    บันทึกหัวใจ...นายซางดู19 July 2007
    บันทึกหัวใจ...นายซางดู



    เรื่องย่อ

    ชา ซางดู เกิดในครอบครัวที่ยากจน พ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็กโดยมีลุงเลี้ยงดู เมื่อเขาอายุราว 10 ปี ลุงได้ทิ้งเขาไว้กับครอบครัวร่ำรวยที่เพิ่งสูญเสียบุตรชายไป ซางดูได้รับการอุปการะจากครอบครัวนั้นจนโต เขาเป็นเด็กป๊อบปูล่าในหมู่สาวๆ เมื่ออยู่ชั้นมัธยมปลาย แต่รักแรกของเขาคือเพื่อนร่วมชั้น แช อุนวาน สาวหน้าตาธรรมดาที่เป็นเหมือนเพื่อนสนิทที่สุดของเขา ทั้งสองมักขี่จักรยานไปโรงเรียนด้วยกันเสมอ อุนวานอาศัยอยู่กับแม่และน้องชาย เธอมีฐานะไม่ดีนัก แม่ของเธอถูกเจ้าหนี้ตามทวงหนี้และยึดข้าวของจากที่บ้าน

    ซางดูบังเอิญผ่านมาเขาจึงต่อสู้กับเจ้าหนี้เหล่านั้น ซางดูโดนจับเข้าสถานกักกันเยาวชนและโดนไล่ออกจากโรงเรียน ในคืนเดียวกันนั้นอุนวานต้องเก็บข้าวของหนีเจ้าหนี้ไปพร้อมกับแม่ของเธอ โดยเธอมิได้รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับซางดูเลย เมื่อซางดูออกจากสถานกักกัน เขาพบว่าพ่อแม่บุญธรรมได้ทิ้งเขาไปแล้ว โดยย้ายหนีไปต่างประเทศ แต่สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจยิ่งกว่าคือ อุนวานก็จากไปเช่นกัน ทั้งสองขาดการติดต่อกันนับแต่นั้น ซางดูใช้ชีวิตอย่างเหลวแหลก มั่วสุมอยู่ตามโต๊ะสนุ๊ก และเขาพลาดมีลูกกับหญิงสาวชื่อ มูนเซรา เซราทิ้งลูกไว้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแล้วหนีไป

    ซางดูกลับไปรับเลี้ยงลูกไว้เอง และตั้งชื่อลูกสาวว่า ชาโบรี โบรีเป็นเด็กไม่แข็งแรงและมีโรคประจำตัว ในที่สุดซางดูจำต้องกลับไปอยู่กับลุงซึ่งมีอาชีพเป็นจิ๊กกะโล่ ( ชายขายบริการ ) เขาตัดสินใจทำอาชีพจิ๊กกะโล่เพื่อหาเงินรักษาลูกสาว เวลาผ่านมาประมาณ 10 ปี วันหนึ่งซางดูได้พบกับอุนวานโดยบังเอิญ ขณะนั้นเธอเป็นครูในโรงเรียนมัธยมและมีแฟนแล้วเป็นหมอชื่อ คังมินซุก ซึ่งมาจากครอบครัวที่ดี ซางดูรู้ตัวว่าเขายังรักอุนวานอยู่ จึงพยายามทุกวิถีทางที่จะกลับมาใกล้ชิดกับเธออีกครั้ง โดยเริ่มแรกเขาสมัครเป็นยามที่โรงเรียนของอุนวาน และต่อมาสมัครเข้าเรียนเป็นนักเรียนโข่งในห้องเรียนของอุนวาน

    เรื่องราวยังวุ่นวายมากขึ้นเนื่องจากแม่ของโบรีคือ เซรา กลับมาหาซางดูและพยายามขอคืนดีด้วย อุนวานจะยอมรับซางดูกลับมาในชีวิตหรือไม่ เธอจะยอมรับกับอาชีพของซางดูได้หรือไม่ หรือเธอจะเลือกหมอมินซุกแฟนใหม่ของเธอซึ่งพร้อมทุกๆ ด้านและรักเธออย่างจริงใจ ซางดูเองก็มีภาระอันหนักอึ้งคือลูกสาวตัวน้อยที่ป่วยหนักซึ่งเขาต้องดูแล พบกับเรื่องราวของ ซางดู ชายหนุ่มผู้มีชีวิตพลิกผัน แต่มีรักที่มั่นคงและจิตใจดี เนื้อเรื่องเต็มไปด้วยความสนุก ตลก แต่แฝงด้วยความประทับใจในความรักและการเสียสละ คุณจะเสียน้ำตาให้เขาโดยไม่รู้ตัวใน “My Beloved ( บันทึกหัวใจ...นายซางดู )”

    รายชื่อนักแสดง

    เรน-ชองจีฮุน รับบท ชา ซางดู
    คง เฮียวจิน รับบท แช อุนวาน
    ลี ดองกัน รับบท คัง มินซุก
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    LOVE STORY IN HARVARD19 July 2007
    LOVE STORY IN HARVARD

    เรื่องย่อ

    สัมผัสปรากฏการณ์รักครั้งใหม่ที่ก่อตัวขึ้น ระหว่างหนุ่มนักศึกษาวิชากฎหมายที่ทุกห้องหัวใจเต็มไปด้วยพลังแห่งความรัก กับสาวนักศึกษาแพทย์ที่มีอุดมการณ์แกร่งกล้า ท่ามกลางบรรยากาศสวยงามและมนต์เสน่ห์ของ ฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก ในภาพยนตร์ซีรีส์แนวรักโรแมนติกเข้มข้นที่เคยสร้างความประทับใจสูงสุดมาแล้วในประเทศเกาหลี “กฎหมายรักฉบับฮาร์วาร์ด ( LOVE STORY IN HARVARD )”

    คิมฮอนวู ตัดสินใจเรียนต่อทางด้านกฎหมายที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด วันแรกที่เขาเดินทางมาถึงอเมริกาและเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่ง ขณะที่เขากำลังอาบน้ำ ลีซูอิน ก็ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องพร้อมทักทาย ฮอนวู ด้าน ซูอิน เริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเธอเข้าห้องผิดจึงรีบเดินหนีไป ด้าน ฮอนวู คิดว่า ซูอิน เป็นนางทางโทรศัพท์ที่มาเสนอขายบริการให้เขาถึงห้องพัก ฮอนวู ได้พบกับ ซูอิน อีกครั้งในมหาวิทยาลัย เขารู้สึกแปลกใจว่าทำไม ซูอิน ถึงกล้าเข้ามาขายบริการในสถานที่แบบนี้

    ฮอนวู รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างยิ่งที่มีผู้หญิงเกาหลีข้ามน้ำข้ามทะเลมายึดอาชีพนี้ในอเมริกา ก่อนที่ทั้งสองปะทะคารมกันอย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ฮอนวู ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านพักนักศึกษา ซึ่งอาศัยรวมกัน 5 คน โดยหนึ่งในนั้นมี จองมิน ( อเล็กซ์ ) เพื่อนร่วมชั้นชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีรวมอยู่ด้วย ในชั้นเรียน ฮอนวู ได้รับแรงกดดันและถูกดูหมิ่นจากอาจารย์ผู้สอนเป็นอย่างมาก ขณะที่ จองมิน กลับได้รับการยอมรับจากอาจารย์และเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ

    ในงานเลี้ยงนักศึกษาใหม่ ฮอนวู ได้พบกับ ซูอิน อีกครั้ง การพบกันครั้งนี้ทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้ว ซูอิน คือนักศึกษาแพทย์ฝึกหัดของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเช่นกัน แต่เนื่องจากฐานะทางบ้านไม่ค่อยดีเธอจึงต้องทำงานพิเศษเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัว โดยการมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ ซูอิน มาในฐานะผู้ดูแลสุขภาพของแขกผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อชายคนนี้เกิดอาการหัวใจวาย ซูอิน ช่วยชีวิตเขาไว้ได้ทัน

    ทำให้ ฮอนวู และจองมิน เกิดความประทับใจในตัวเธอนับตั้งแต่นั้นมา ซูอิน รับเป็นที่ปรึกษาด้านภาษาอังกฤษ และศัพท์เทคนิคทางการแพทย์ให้กับ ฮอนวู เพื่อใช้ว่าความในศาลจำลอง ทำให้ทั้งสองได้ใกล้ชิดและเข้าใจกันมากขึ้น ต่อมาไม่นาน ซูอิน มีเหตุต้องย้ายออกจากหอพักอย่างกะทันหัน จองมิน จึงชวนเธอมาอยู่ที่ห้องว่างในบ้านพักนักศึกษา แลกกับการรับหน้าที่ดูแลเรื่องอาหาร และทำความสะอาดบ้านให้กับเพื่อนๆ ทุกคน

    ทั้ง ฮอนวู และจองมิน พยายามใกล้ชิดและสานสัมพันธ์กับ ซูอิน เพื่อให้ได้หัวใจเธอมาครอง ที่ร้านอาหาร ซูอิน พยายามช่วยชีวิตชายคนหนึ่งที่หมดสติโดยไม่รู้สาเหตุ เขาหยุดหายใจไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง การยื่นมือเข้าช่วยเหลือในครั้งนี้กลับเป็นปัญหาที่ทำให้เธอต้องถูกขอให้ลาออกจากการเป็นนักศึกษาแพทย์ เมื่อ ฮอนวู รู้ข่าว เขาจึงพยายามใช้หลักการทางกฎหมายที่ศึกษามาช่วย ซูอิน ให้ได้เรียนต่อ ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น

    ในเวลาต่อมา ซูอิน ได้รับทุนให้เข้าร่วมเป็นอาสาสมัครแพทย์เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์ในทวีปอเมริกาใต้ เธอตัดสินใจรับทุนดังกล่าวโดยทันที เพราะเป็นเจตนารมณ์ของการสมัครเข้าศึกษาในสาขานี้มาตั้งแต่แรก เธอยอมทิ้งทุกอย่างแม้กระทั่งชายผู้เป็นที่รัก สร้างความปวดร้าวใจให้กับ ฮอนวู เป็นอย่างมาก เวลาผ่านไปหลายปี ฮอนวู เรียนจบในสาขาวิชากฎหมายตามที่ตั้งใจ เขาตัดสินใจเดินทางกลับเกาหลี และเปิดสำนักงานกฎหมายที่กรุงโซล

    ส่วนเรื่องหัวใจนั้นนับตั้งแต่ที่ ซูอิน จากไป เขาไม่เคยเปิดใจให้กับผู้หญิงคนไหนเลย ด้าน จองมิน ซึ่งได้หมั้นหมายกับ ยูจินอา ลูกสาวเจ้าของสำนักงานกฎหมายชื่อดังของอเมริกา เดินทางกลับมาเป็นทนายให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ส่วน ซูอิน ได้รับคำสั่งให้กลับมาเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่กรุงโซลเช่นกัน ฮอนวู และจองมิน ต้องเผชิญหน้ากันอีกครั้งในคดีความครั้งใหญ่ ส่วนความรักระหว่าง ฮอนวู กับซูอิน จะดำเนินต่อไปอย่างไร หาคำตอบได้ใน “กฎหมายรักฉบับฮาร์วาร์ด ( LOVE STORY IN HARVARD )”


    รายชื่อนักแสดง

    คิมแรวอน รับบท คิมฮอนวู
    คิมแตฮี รับบท ลีซูอิน
    ลีจุงจิง รับบท จองมิน
    คิมมิน รับบท ยูจินอา
    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    A LOVE TO KILL ( แค้นเพื่อรัก )19 July 2007
    A LOVE TO KILL ( แค้นเพื่อรัก )

    เรื่องย่อ

    คังบกกู เติบโตจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เขามีบุคลิกเงียบขรึม ดุดัน หาเลี้ยงตัวเองด้วยการเป็นนักมวยข้างถนน บนสังเวียนผ้าใบ บกกู มีฉายาว่า K-1 เขาผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน แต่ไม่มีใครเคยรับรู้ว่าเขามีปมอดีต และความแค้นที่ฝังลึกอยู่ในจิตใจ เมื่อพี่ชายคนเดียวของเขา คังมิงกู ตัดสินใจฆ่าตัวตาย เหตุเพราะเสียใจที่ถูกหญิงคนรักหักอก เหมือนฟ้าไม่เป็นใจ มิงกู รอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์

    แต่เขาต้องอยู่ในสภาพคนพิการไปตลอดชีวิต บกกู เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เขาสัญญากับตนเองไว้ว่าจะต้องแก้แค้นหญิงสาวที่เป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมดนี้ให้จงได้ ชาอึนซอก ดาราสาวชื่อดังคือเป้าหมายการแก้แค้นของ บกกู เขาเฝ้าติดตามชีวิตและความเคลื่อนไหวของเธอมาโดยตลอด และแล้ววันหนึ่งโอกาสก็มาถึง บกกู ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามารับหน้าที่เป็นบอดีการ์ด ดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับ อินซอก

    แผนการทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปอย่างไร้อุปสรรค ชีวิตของ อึนซอก ถูกตีกรอบด้วยเกมการล้างแค้น แต่ทว่าผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของเกมนี้กลับกลายเป็นตัวของ บกกู นั่นเอง ความใกล้ชิดคือบ่อเกิดแห่งความรัก บกกู เริ่มเห็นความดีงามในตัวของ อึนซอก เพิ่มขึ้นทีละน้อย จนจับความรู้สึกของตัวเองได้ว่าเขาหลงรัก อินซอก อย่างถอนตัวไม่ขึ้น เธอคือผู้หญิงที่เขาค้นหามาตลอดทั้งชีวิต

    นอกเหนือจากความแค้นแล้ว ฮันดาจอง เพื่อนสาวจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าซึ่งเคยช่วยชีวิต บกกู คืออุปสรรคสำคัญในความรักระหว่างเขากับ อึนซอก เพราะว่า บกกู เคยให้สัญญากับ ดาจอง ไว้ว่าเขาจะมอบความรักให้กับเธอคนเดียวไปจนวันตาย ด้านหนุ่มหล่อทายาทนักธุรกิจพันล้าน คิมจุนซอง ที่ตกเป็นข่าวว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับ อึนซอก ประกาศหมั้นกับเธออย่างสายฟ้าแลบ โดยไม่ให้ อึนซอก ได้ตั้งตัว

    ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้รู้สึกรักเธอแม้แต่น้อย แต่ที่ทำไปเพื่อรักษาหน้าตาของวงศ์ตระกูล และกลบข่าวลือที่ว่าเขาเป็นเกย์ เมื่อชีวิตก้าวเดินมาจนถึงทางสามแพร่ง บกกู จำต้องเลือกระหว่าง ความรักที่ค้นหามาตลอดทั้งชีวิต...ความแค้นที่ยังคงฝังแน่นอยู่ในใจ...หรือก้มหน้ายอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น ติดตามชมความเข้มข้นที่จะสะกดทุกอารมณ์ของคุณผู้ชมได้ในซีรีส์เกาหลี “A LOVE TO KILL ( แค้นเพื่อรัก )”

    รายชื่อนักแสดง

    เรน-ชองจีฮุน รับบท คังบกกู
    ชินมินอา รับบท ชาอึนซอก
    ลีกีอู รับบท คิมจุนซอง
    คิมซารัง รับบท ฮันดาจอง



    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    ลีจุนกิ19 July 2007
    Meet & Greet : ลีจุนกิ

    ภาพบรรยากาศงาน Meet & Greet อย่างใกล้ชิด ของแฟนคลับกับนักแสดงหนุ่มหน้าหวานจากแดนโสม "ลีจุนกิ" ที่เดินทางมาถ่ายซีรีส์เรื่อง "Time Between Dog and Wolf" ที่เมืองไทย และทางศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ก็ขอเอาใจแฟนคลับด้วยการจัดกิจกรรมประมูลของส่วนตัวของ "ลีจุนกิ" ที่ส่งตรงมาจากเกาหลี และยังได้รับมอบของเหล่านั้นจากมือของ "ลีจุนกิ" ด้วยตัวเอง โดยรายได้สมทบทุนมูลนิธิพระดาบส เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550

    0 Comments | Post Comment | Permanent Link

    Page 1 of 2
    Last Page | Next Page



    Power By : BlogKa.com - Free Blog Hosting